ค้นหาบล็อกนี้

ชีวิตแค่โดนทำร้ายแต่ฝีมือมันต้องไม่โดนทำลาย

ไม่มีความคิดเห็น:

สวัสดีค่ะสำหรับวันนี้ก็จะมาชวนคุยเรื่องการกลับมา วาดรูปใหม่ของเรา อย่างที่รู้กันว่า ที่ฝีมือของเราตกลงไปเพราะว่าอาการป่วยทำให้มือสั่นแล้ววาดเหมือนเดิมไม่ได้เราไม่เคยคิดว่าอาการนี้มันทำให้เราไม่เหมือนคนอื่นหรือว่า รู้สึกด้อยกับอาการป่วย

แต่เรากลับรู้สึกว่ามันคือบทพิสูจน์อย่างหนึ่งที่พิสูจน์ว่าเราจริงจังกับการ วาดรูปขนาดไหน ที่ผ่านมาเราอาจจะดูเหมือนไม่จริงจังแต่ว่าที่จริงแล้วการที่เป็นครูมันทำให้เราต้อง ฝึกมือ อยู่ตลอดเวลา เพราะว่าถ้าวาดรูปไม่เก่งก็จะไม่น่าเชื่อถือไม่มีใครเชื่อถือ ไม่มีใครอยากมาเรียน เราจึงอยากจะบอกทุกคนว่าอย่าท้อถอยเวลาโชคชะตามาล้อเล่นกับเรา หรือว่าทำให้เราเจ็บปวด ทำให้ เราล้มลงไป

เพราะว่าทุกสิ่งมันไม่จีรัง มีขึ้นก็ต้องมีลง ที่สำคัญคือเราจะทำตัวตนของตนเองกลับมาได้อย่างไร จะทำยังไงทำให้ตัวตนของเราที่หายไปกลับคืนมา  วันนี้เราจึงมาบอกเล่าเรื่องราวว่าเรากลับมาได้อย่างไรกับฝีมือ ที่จริงแล้วหลังจากที่เรากลับมาจากสิงคโปร์เราก็ฝีมือขึ้นๆลงๆแต่ว่าตอนที่ฝีมือดีที่สุดนั้นอยู่ช่วงปี 2008 ถึง 2011 เพราะว่าจิตใจของเราวาดรูปด้วยการอยากเอาชนะ อยากเอาชนะตัวเองอยากเอาชนะผู้อื่น

งานมันก็เลยออกมาไม่เพียวแต่ว่ามี ฝีมือดี อย่างเดียว แต่หลังจากนั้นเราก็ขาด motivation อย่างรุนแรง เราไม่รู้ว่าจะวาดรูปไปทำไมและเพื่ออะไร เพื่อใครซึ่งจริงๆแล้วมันไม่จำเป็นต้องหาคำตอบก็ได้ว่าเราทำเพื่ออะไรเพื่อใครหรืออย่างไรทำไม

เพราะว่ายิ่งเราหาคำตอบเรายิ่งค้นพบว่า สิ่งที่เราทำบางอย่างมันก็อาจจะไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับทุกอย่างก็ได้เพราะว่าชีวิตมันมีหลายอย่างมีหลายรสชาติมีเจ็บปวดมีทุกข์มีสุข ยิ่งเราพยายามหาคำตอบให้กับทุกอย่างในโลกใบนี้มันยิ่งทำให้เราทุกข์ เพราะเราจะพบว่าไม่มีสิ่งไหนที่เป็นไป อย่างใจ เราตลอด  

บางอย่างเราก็พบว่ามันเป็นเรื่องที่ทำให้เรายิ่งเจ็บปวดขึ้นไปอีกเช่นการที่รู้ว่ามีคนเก่งกว่าเราเยอะมากมายบนโลกใบนี้และเราไม่มีทางตามทันถ้าเราไม่ฝึกฝนในปริมาณที่ = ที่เค้าฝึก หรือบางอย่างเราก็ต้องยอมรับว่าเราไม่มีทางได้มันและทำใจซะ  

แต่โดยส่วนมาก 99% ของความพยายามของเรามักจะได้ผล ถ้าเราฝึกฝนไปเรื่อยๆ เราก็จะเก่งขึ้นๆทุกวัน การวาดรูปมันก็เหมือนกับการขี่จักรยาน ถ้าขี่จักรยานเป็นแล้วต่อไปจะ ขี่จักรยานอีก ก็ย่อมทำได้ เราจึงอยากบอกคนที่ มือตกตอนนี้ว่าไม่ต้องกังวลไปเพราะว่าฝีมือมันก็เหมือนหุ้นแหละมีขึ้นมีตก ไม่มีอะไรตกตลอดไปและไม่มีอะไรขึ้นตลอดไป เราทำใจกับ ช่วงเวลาที่มือตกและ รักษาช่วงเวลาที่ขึ้นได้หรือไม่

ชีวิตแค่โดนทำร้าย แต่ฝีมือเราไม่ได้โดนทำลายไปด้วยนะคะ  และสิ่งที่คุณเจอจะมากมายขนาดไหน

ก็ย่อมมีคนที่เจอสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าคุณมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ต้องจิตตกไปเวลามือตกหาอะไรอย่างอื่นทำไปก่อนค่ะ แล้วก็ฝึกมือไปด้วย

เมื่อถึงเวลาของเรา ทุกอย่างก็จะค่อยๆดีขึ้นเองแต่ว่าเราอย่าปล่อยให้อะไรไปตามชะตากรรมของเรา

เราควรจะกุมโชคชะตาของตัวเองด้วยตัวของเราเองและสองมือของเราเอง

ถ้ามือตกเพราะว่าขาดแรงบันดาลใจไม่รู้ว่า จะวาดไปทำไมก่อนอื่นคุณต้องถามตัวเองก่อน

ว่าเราวาดไปทำไมเรามีเหตุผลอะไรเบื้องหลังการวาดรูปของเราเหตุผลนั้นมันจะช่วยซัพพอร์ตให้เราวาดรูปต่อไป คำถามที่คุณควรถามตัวเองมันควรจะเป็นคำถามที่คุณเองตอบได้ ไม่ใช่คำถามที่คุณตอบไม่ได้ เพราะคุณจะเก๊กซิมเปล่าๆ ถ้าพยายามถามคำถามเหล่านั้น

และที่สำคัญจิตใจ จิตใจต้องเข้มแข็ง อย่าหวั่นไหวกับอาการมือตกแล้วก็คิดว่าทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมเราสามารถวาดได้เหมือนเดิม สิ่งที่คุณขาดไปก็คือจิตวิญญาณที่อยู่ในรูปนั่นเองค่ะจึงทำให้มือตก การนำจิตวิญญาณกลับมาในรูปก็คือการทำให้จิตใจเราดีขึ้นนั่นเอง การที่จะทำให้จิตใจเราดีขึ้นก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน

และวิธีที่ได้ผลดีวิธีหนึ่งก็คือการหยุดวาดรูปแล้วไปทำอย่างอื่นเลย แล้วค่อยกลับมาวาดรูปใหม่มันจะดีขึ้น และไม่แน่ฝีมืออาจจะดีขึ้นมาอีก

 

การวาดรูปแล้วมือตกนั้นมีทั้งมือตกระยะสั้นและมือตกระยะยาว มือตกระยะยาวอาจจะเป็นปีได้ การที่ทำให้มือตกระยะสั้นกลับมานั้นไม่ค่อยยากเท่าไหร่แค่พักผ่อนนิดหน่อย แล้วค่อยกลับมาวาดรูปใหม่มันก็จะดีขึ้น

ส่วนมือตกระยะยาวการหาอะไรอย่างอื่นทำอาจจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมกว่า สำหรับวันนี้ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับใครหลายๆคนนะคะที่กำลังมือตกอยู่ สู้ๆค่ะ แนะนำให้อ่านเอนทรี่นี้เพิ่มเติมนะคะ



from WordPress http://ift.tt/2hiVCNl
via IFTTT
ไม่มีความคิดเห็น: