ค้นหาบล็อกนี้

พี่รอดจากอาการมือตกสุดๆในชีวิตมาได้อย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

สวัสดีค่ะจะเล่าประสบการณ์ตอนมือตกให้ฟัง
เราแทบไม่อยากวาดรูปเลยค่ะ แทบจะไม่วาดรูป วันๆก็ออกไปสอนนักเรียน ฝีมือเราขึ้นสู่ topform ในปี 2007-2011 ช่วงนั้นวาดรูปหนักมาก วาดรูปทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1-2 ภาพ และต้องเป็นรูปที่ตั้งใจวาด คนที่บอกว่าเราสำเร็จเราขึ้นสู่ระดับ top นี่คงหมายถึงช่วงนี้ ไม่ใช่ตอนนี้สำหรับสายการวาด เราฝึกทั้งพื้นฐานและทั้งลายเส้น เขียนต้นฉบับงานเขียนและสอนนักเรียน

จนเราเข้าโรงพยาบาลครั้งที่ 3 ในปี 2012 ได้ เราเริ่มหมดแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต เบื่อทุกอย่าง เริ่มคิดว่าหาอย่างอื่นทำดีไหม เริ่มเบื่อการวาดรูป เหมือนคนเบื่ออาหารอย่างไม่มีสาเหตุ แล้วคิดมาเรื่อยๆว่าเราชอบวาดรูปจริงๆหรือชอบเพราะทำมันได้ดี เราคิดว่าเราใช้ชีวิตแบบฝืนธรรมชาติมากไป มันอาจจะสำเร็จรวดเร็วแต่ไม่ได้ยั่งยืนค่ะ

เราเริ่มท้อถอยและฝีมือดิ่งลงมาเรื่อยๆราวกราฟหุ้น จนกระทั่งมือเริ่มกลับมาในปี 2016 และค่อยๆดีขึ้นทีละนิดค่ะ จนเราคิดว่าอยากจะเอาจริงเอาจังกับการวาดรูปอีก และเป็นไปได้ว่าการสอนดิจิตัลออนไลน์จะเป็นการสอนดิจิตัลครั้งสุดท้ายของเราที่ไม่ใช่ตัวต่อตัวเพราะเราอาจจะเก็บ Cintiq เอาไว้ค่ะ นอกนั้นถ้าสอน digital จะเป็นออนไลน์หรือไม่เราอาจจะเลิกสอนดิจิตัลไปเลย ขอดูสถานการณ์ก่อน เพราะเราจะจริงจังกับงานวาดด้วยมือจริงๆแล้วทีนี้

ตอนปี 2016 วาดไว้เยอะค่ะ แต่ว่าวาดไม่ได้ดั่งใจเสียส่วนใหญ่แต่ก็วาดๆไปโดยไม่มีความรู้สึกอะไรเลยเพื่อนเราที่เป็นชาวฝรั่งเศสก็บอกว่า “ยูไม่คิดจะสร้างเนื้อเรื่องเหรอ” “งานยูไม่มีเนื้อเรื่องเลยมีแต่สกิล” จนปลายปีเริ่มมาถามเพื่อนๆที่รู้จักว่าจุดเด่นงานเราคืออะไร เพราะดูเหมือนทดลองไปเรื่อยๆจนหลงทาง และฝีมือเริ่มกลับมาเข้าที่ในปี 2017 แต่ดันขาดจินตภาพค่ะ

พอดีคุยกับพี่แป้ง Wilasinee Tansuhaj แล้วพอจะนึกออกว่าภาพเราขาดส่วนผสมอะไรไปณ.ปัจจุบัน คือ มันเป็นงานลายเส้นที่มีอารมณ์แต่ขาดจินตภาพซะส่วนใหญ่
อย่างรูปนี้ http://ift.tt/2ihEur1

เราจินตนาการเป็นเนื้อเรื่องยาวมากๆๆๆๆเป็นนิยายได้เล่มหนึ่งเลย(แต่เขียนนิยายไม่เป็น ให้เล่าอะได้) เราจินตนาการเพื่อนเราคนหนึ่งที่เขาอ่อนโยนเหมือนผู้หญิง แต่เข้มแข็งเหมือนผู้ชายให้เป็นมังกรผู้หญิงค่ะ แล้วเราเอาลักษณะนิสัยเขา มาใส่ในรูป คนๆนี้เวลาเดินจะเดินเร็วและสง่าเหมือนสิงโตล่าเหยื่อ และเวลาพูดเขาจะมี self-esteem สูงมาก จินตภาพมันเลยเกิดในภาพสูงมากออกมาเป็นภาพนี้ ที่สำคัญคือเราต้องดึงความรู้สึกให้คล้ายกับตอนเราวาดภาพนี้ออกมาให้ได้ งานอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมแต่มันอาจจะเป็นแนวใหม่หรือไม่อย่างไรเดี๋ยวคงต้องดู พี่แป้งเล่าให้ฟังถึงปิกาสโซ่ว่าการสร้างงานของเขามาจากผู้หญิงที่เขาหลงใหลซะส่วนใหญ่เขาใช้ผู้หญิงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างงาน

สำหรับคนที่มือตกแล้วมาวาดอย่างเรา สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ
กระดาษแผ่นใหญ่ กับ กระดาษเปล่าค่ะ เราแนะนำว่าถ้าคุณมือตกอยู่คุณอย่าฝืนทำงานชิ้นใหญ่ๆ ขนาดใหญ่มาก มันจะยิ่งทำให้คุณท้อ วาดกระดาษแผ่นเล็กๆเสร็จเร็วๆก่อนดีกว่าค่ะ ส่วนกระดาษเปล่า พอมือตก น่ากลัวมากค่ะ ไม่รู้จะวาดอะไรลงไปดี วาดไปก็ซ้ำๆกัน เพราะฉะนั้นควรจะเพิ่ม input หรือสิ่งที่เข้ามาก่อนค่ะ แล้วก็เพิ่มจินตภาพ อ่านนิยายบ้าง ฟังเพลง แล้วจินตนาการเรื่องออกมาบ้าง หรือไม่ก็ลองวิธีเรา เขียนแบบ improvisation คือการเขียนไปเรื่อยๆโดยไม่ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบใดๆก่อนค่ะ

ถ้าถามว่าเสียใจไหมที่เหตุการณ์มันกลายเป็นรูปแบบนี้ ไม่เสียใจค่ะ
เราได้อะไรหลายๆอย่างจากเหตุการณ์นี้ และทำให้เรากลับมาเป็นมือใหม่ในการพัฒนา เราจะได้รู้ว่าจริงๆที่นักเรียนมือตก วาดไม่เก่งขึ้น มันเป็นเพราะอะไร และสามารถแก้ไขได้ค่ะ จำไว้ค่ะ ความสำเร็จในชีวิตคนเรามันคือความสุข และมันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงหนเดียวในชีวิตคุณ อย่าไปยึดติดกับมันค่ะ

เตือนตัวเอง
1.วาดเสก็ตซ์อะไรได้แต่อย่าวาดอะไรไปอย่างงั้นๆโดยที่ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกอะไรในภาพเลย
2.อย่าวาดเพราะต้องวาด ต้องจำกัดตัวเองว่าวาดให้ได้เท่านั้นเท่านี้ วาดเฉพาะที่อยากเท่านั้น แต่มี passion กับมันจริงๆ
3.input เยอะๆ นำมาซึ่ง output เยอะๆ หนัง,หนังสือ,การ์ตูน,อนิเมอะไรก็ว่าไป อย่าวาดโดยไม่มี input เพราะมันเหมือนคนไม่ได้กินอะไรเลยแล้วถ่ายออกมามันก็ไม่มีอะไรเลย
4.จินตนาการเยอะๆก่อนวาดภาพ
5.ฟังเพลงก่อนวาดภาพเพื่อสร้างอารมณ์

10 วิธีป้องกันอาการมือตก
1.รักษาจิตใจตัวเองให้ดี
2.เห็นคุณค่าในตัวเอง
3.อย่าเปรียบเทียบงานตัวเองกับคนอื่น
4.ทดลองทำอะไรใหม่ๆบ้าง
5.คิดว่าตัวเองมีคุณค่าเสมอ
6.อย่าคิดว่างานตัวเองห่วย
7.พยายามอย่าบังคับตัวเองให้ต้องวาดรูปตลอดเวลา
8.วาดในเวลาที่อารมณ์และจิตใจเราพร้อมและอยากวาด
9.รักษาสุขภาพให้ดี
10.รักตัวเอง รักคนรอบข้าง
ช่วยได้แน่นอนคะ



from WordPress http://ift.tt/2jCqiuz
via IFTTT
ไม่มีความคิดเห็น: