รวมวิธีวาดรูปให้เก่งตามวิธีการของพี่มุ่ย

สวัสดีค่ะ หลังจากศึกษาวิธีวาดรูปให้เก่ง พี่มีทิปส์ในการฝึกด้วยตัวเองมาฝาก

การวาดรูปหลักๆอยู่ที่ 2 อย่าง

1.mindset รูปแบบจิตใจ
2.skillset รูปแบบทักษะ

ซึ่ง mindset สำคัญกว่า skillset ค่ะ

วิธีฝึก mindset น้องต้องจ้องหน้ากระจก ยิ้มให้กับตัวเองทุกวัน แล้วบอกว่าตูเก่งๆๆๆๆๆท่องไว้ตูเก่งมาก แล้วก็จินตนาการว่าตัวเองเก่งพอๆกันกับอาจารย์ที่น้องชอบ เวลาทำแรกๆจะฝืนความเป็นจริงเล็กน้อย แต่เวลาทำไปเรื่อยๆจะชิน และคนที่เก่งอย่างรวดเร็ว ควรจะมี mindset ประมาณนี้ให้ได้ก่อนค่ะ

พี่ก็ทำวิธีนี้เช่นกันค่ะ การยิ้มหน้ากระจกจะทำให้น้องรู้สึกดีกับตัวเอง พอน้องรู้สึกดีกับตัวเอง น้องก็จะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ความมั่นใจของน้องจะมากขึ้นๆจนทำให้เส้นน้องมั่นใจไปด้วยค่ะ ซึ่งสภาพจิตใจในการวาดสำคัญกว่าฝีมือในการวาดณ.ขณะนั้นค่ะ ถ้าสภาพจิตใจน้องดี ในที่นี้คือน้องมีความมั่นใจ ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์เศร้าหรือสุขก็สามารถวาดได้ค่ะ

ต่อมา มาที่ skillset ค่ะ

วิธีฝึก skillset สำหรับเบื้องต้น

Level 1.อันนี้เป็นแบบเบสิคนะคะ ตอนนี้น้องยังวาดรูปไม่เป็นเลย
คือวาดออกมาไม่เป็นตัว ขั้นแรกของการฝึกนะคะ
คือน้องต้องทำความเข้าใจกับพื้นฐานก่อน แต่ถ้าน้องยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร ให้น้องหารูปอะไรก็ได้มา
อาจจะเป็นรูปที่น้องชอบ แล้วฝึกดราฟ ถ้าน้องยังวาดไม่ได้
การดราฟไม่ได้ทำให้น้องเก่งขึ้นทันที แต่เป็นการฝึกฝนการใช้เส้นนะคะ
น้องจะได้จังหวะบางอย่างจากการดราฟรูป เมื่อฝึกดราฟแล้วน้องจะมีความมั่นใจในการวาดเองเพิ่มขึ้นนะคะ
โดยการดราฟให้ดราฟไฟหรือใช้ photoshop หรือโปรแกรมวาดภาพอื่นๆ
ดราฟก็ได้ฝึกดราฟไปพร้อมๆกับหาหนังสือขั้นตอนการวาดสิ่งนั้นๆมาอ่าน
เช่นถ้าน้องจะวาดรูปสัตว์ ให้น้องหาวิธีวาดสัตว์มาอ่านแล้วฝึกไปด้วย
แต่ถ้าน้องจะโชว์รูปที่ดราฟควรให้เครดิตที่มาด้วยค่ะ

 

============================================================

Level2.ขั้นนี้น้องวาดรูปเป็นแล้ว ให้น้องฝึกวาดเอง
โดยที่วาดตามสิ่งนั้นให้เหมือนนะคะ อันนี้จะเป็นการฝึกอีกระดับ
ฝึกหลายอย่างเช่นความสัมพันธ์ของมือและตา ฯลฯ

หนังสือเล่มที่พี่แนะนำนะคะคือ“วาดเก่งเรื่องกล้วยๆวาดด้วยสมองซีกขวา”
หรือ drawing from the right side of brain นะคะ
ถ้ามีโอกาสขอให้ลองหามาอ่านดู
ส่วนเล่มที่จำเป็นต้องฝึกเลยนั้นคือ Loomis figure drawing
ขอให้ฝึกฝนจากเล่มนี้จนวาดได้คล่องนะคะ ฝึกซ้ำหลายๆรอบ

เวลาวาดให้เหมือน เราเอาฟีลลิ่งของแบบหรือความรู้สึกค่ะ ไม่ต้องเหมือนเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว
เพราะว่าเราเป็นนักวาดรูปการ์ตูนกันซะส่วนใหญ่ ดังนั้นการจับความรู้สึกแบบสำคัญกว่า

============================================================
Level3.เมิ่อน้องฝึกขั้นที่ 1 กับขั้นที่ 2 ไปเรื่อยๆ พร้อมกับพัฒนาทักษะพื้นฐานไปด้วย 
พอถึงขั้นนี้น้องจะวาดเองเป็นแล้วและเริ่มมีลายเส้นเป็นของตัวเองให้น้องฝึก remaster ค่ะ
โดยการนำภาพของอาร์ติสท์คลาสสิคเก่าๆ สำหรับคนที่พี่ชอบเช่น Gustav Klimt,alphonse mucha,Aubrey Beardley
ลองวาดภาพเขาในลายเส้นเราและวาดภาพเราในลายเส้นเขาดูค่ะ
 

============================================================
วิธีฝึก skillset ขั้นต่อมาหลังจากวาดรูปเป็นแล้ว

ก่อนหน้านี้ พี่ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเราคิดว่าดีมาก คือหนังสือชื่อ ชนะใจกำไรชีวิต
หรือ Master your mind design your destiny ซึ่งพี่คิดว่าทุกคนที่อยากประสบความสำเร็จหรือ
อยากให้ชีวิตดีขึ้นน่าจะหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านค่ะ เขียนโดย อาดัมคู กับสจ๊วต แทน

ซึ่งอาดัมคูนั้น ประวัติน่าสนใจมาก สมัยก่อนตอนที่เขาเป็นเด็ก เขาเรียนห่วยมาก
คือ เรียนอยู่ในระดับท้ายๆของห้อง แล้วก็เข้าโรงเรียนที่อยู่ลำดับท้ายๆของสิงคโปร์
เป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม และเกลียดเลขมาก

มีอยู่วันหนึ่ง พ่อแม่ของเขา ได้พาเขาเข้าคอร์สที่ชื่อว่าคอร์ส superteen
คือคอร์สที่สอนเกี่ยวกับ nlp หรือ neuro linguistic programming
เป็นคอร์สที่เปลี่ยนแนวคิดและความเชื่อของเขาว่า
ที่จริงแล้วที่เขาเรียนไม่เก่ง เป็นเพราะว่า “ความเชื่อ”ของเขา
ที่คิดว่า ตัวเองเรียนแย่ สมองช้า และไม่สามารถพัฒนา
ไปมากกว่านี้

ทำให้เขากลายเป็นคนเก่งขึ้น สอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ได้
และเป็นนักเรียนระดับ top

น้องอาจจะสงสัยแล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับการวาด?

พี่จะบอกว่าคนหนึ่งคนจะพัฒนาแค่ไหนขึ้นอยู่กับความเชื่อของตัวเองค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวาดรูปหรืออะไรก็ตาม
เหมือนอาดัมคูนั่นเอง หลังจากที่เขาเข้าคอร์ส superteen แล้ว
เขาพยายามตั้งเป้าที่สูงมาก 3 อย่างด้วยกัน

ข้อแรกคือ สอบเข้าโรงเรียนระดับ top ของสิงคโปร์ให้ได้
ทั้งๆที่ตอนนั้นเขาเป็นนักเรียนอยู่อยู่ในโรงเรียนระดับบ๊วย

ข้อ 2 เข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ให้ได้

ข้อ 3 คือหาเงินล้านให้ได้ก่อนอายุ 26  ทั้งๆที่เขาเคยเป็นนักเรียนประเภทบ๊วยมาก่อน

น้องเชื่อไหมคะว่าเขาทำสำเร็จทุกข้อ
ทำไมเขาทำสำเร็จรู้ไหมคะ? อยู่ที่แนวคิดและความเชื่อของเขานั่นเอง  เพราะฉะนั้นพี่คิดว่าไม่ว่าน้องจะวาดรูปแย่แค่ไหนน้องสามารถวาดเก่งขึ้นได้แน่นอน
เขา “เลือก” ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
เหมือนกับการที่น้องจะวาดรูปให้เก่ง น้องก็ต้องฝึกฝน
อย่างสม่ำเสมอ อ่านหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการวาด
แล้วก็อย่ามีข้ออ้างให้ตัวเองถ้าอยากวาดรูปเก่งขึ้น เช่น เรียน
หนัก ไม่มีเวลาฝึกวาด ให้เราลองแบ่งเวลาดู

ต่อไปเราจะมาพูดถึงวิธีในการพัฒนารูปวาดของน้องๆกันนะคะ
เพียงน้องๆใช้เวลาเพียง 30 นาทีต่อวันในการวาด
แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ฝีมือน้องๆพัฒนาขึ้นแล้ว
น้องสามารถฝึกวาดจากอะไรได้บ้าง

1.วาดสิ่งรอบๆตัวที่น้องเห็น ไม่ว่าน้องจะออกไปเที่ยวไหน
อาจจะพกสมุดไปเล่มหนึ่ง แล้วน้องก็เสก็ตซ์สิ่งรอบๆตัว
ตรงนี้จะทำให้น้องสามารถฝึกสังเกตสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น
และนำมาประยุกต์ใช้ในรูปของเราได้ นอกจากนี้ยังทำให้น้อง
เข้าใจ รูปทรงต่างๆได้ดีขึ้นด้วย

2.ฝึกวาดจากรูปถ่าย จริงๆแล้วพี่เชื่อนะคะ
ว่าคนที่ถ่ายรูปเก่งคือคนที่สามารถจัดองค์ประกอบรูปได้ดี
เพราะว่าการถ่ายรูป เราจะต้องมีการวางจุดสนใจ
คล้ายๆกับการที่เราวาดรูปนั่นเอง ถ้าน้องอยากฝึกการจัดองค์ประกอบ
ให้ลองถ่ายรูป หรือลองฝึกวาดจากรูปถ่ายดู
ตรงนี้จะทำให้น้องพัฒนาขึ้น

3.เลือกรูปถ่ายหรือรูปวาดที่เราชอบมา แล้วก็วาดตาม
พี่ไปอ่านเจอมาจากเว็บต่างประเทศนะคะ ในขั้นนี้ ให้เราดูรูป
สักประมาณ 2 นาที แล้ววาดจากความทรงจำ
เมื่อเราวาดแล้ว สมองเราจะคล้ายๆฮาร์ดดิสก์เปล่าๆ
พอเราใส่ข้อมูลเข้าไป ยิ่งผ่านมือของเรา
แล้วเราจะสามารถจำได้ดีขึ้น ต่อไปเมื่อเราวาดรูป
เราสามารถดึงข้อมูลจากในหัวเรามาใช้ได้ทันที

4.ฝึกวาดตามรูปที่ชอบ
ให้เวลาภาพละประมาณ 15 นาที ในเวลา 15 นาที
น้องจะไม่มีเวลาลงรายละเอียด
มาก น้องจะได้เสก็ตซ์และสังเกตุวิธีการจัดองค์ประกอบของเขา
ว่าเขาจัดองค์ประกอบยังไง

5.ฝึกวาดเฉพาะเงาของวัตถุ
ข้อนี้จะทำให้น้องสามารถจัดท่าทางของตัวละคร
หรือดีไซน์คาแร็คเตอร์ของน้องให้ดูมีเอกลักษณ์มากขึ้น



from WordPress http://ift.tt/2kFHW06
via IFTTT

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม