ค้นหาบล็อกนี้

ฉากหลัง แจกฟรี! moonlight sonata BG pack 4 แบบ(รวมต้นแบบ)พร้อม ไฟล์ PSD

ไม่มีความคิดเห็น:

ทำ ฉากหลัง มาแจกฟรีค่ะ moonlight sonata bg pack 3 แบบ พร้อม original กับ Photoshop PSD file

-ใช้เพื่อการค้าได้ค่ะ
-ดัดแปลงได้ค่ะ
-ใช้ในคอมมู,โรลเพลย์,การ์ตูน,มังงะ,คอมิค,นิยายได้ค่ะ
-ให้เครดิตด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อส่วนตัวหรือเพื่อการค้า
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา 4.0 International.

ดาวน์โหลดได้ที่นี่ ตรงจำนวนเหรียญใส่ 0 เข้าไปค่ะ

The post ฉากหลัง แจกฟรี! moonlight sonata BG pack 4 แบบ(รวมต้นแบบ)พร้อม ไฟล์ PSD appeared first on ILLUSTCOURSE.



from WordPress http://ift.tt/2oMwhev
via IFTTT

พรสวรรค์ ไม่ใช่สิ่งที่นักวาดได้มา’โดยธรรมชาติ’

ไม่มีความคิดเห็น:

พรสวรรค์ คือ ความถนัดโดยธรรมชาติ คือทักษะ (จาก oxford dictionary)

ถ้าพูดถึงเรื่อง พรสวรรค์ จะนึกถึงคนนี้ jason Brubaker ผู้เขียน unnatural talent  และคอมิคเรื่อง Remind  กล่าวไว้ว่าเขาได้พ
บกับหลายคนที่มาถามคำถาม  ถามคำแนะนำเค้าเกี่ยวกับว่าจะเข้าไปสู่วงการทำงานศิลปะได้อย่างไร เขาสับสนเมื่อคนที่อ้างตัวเองว่าเป็นศิลปินมักจะมาหาเค้าเพื่อคำแนะนำแต่พอเขาถามกลับว่างานคุณอยู่ไหน ปรากฏว่ามีแต่งานของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย งานที่เป็นพวก life drawing วาดคน วาดหุ่นปูนปั้น แบบนั้นไม่เรียกว่าพอร์ทโฟลิโอ 

ถ้าเขาเป็นศิลปินจริงๆนะผมคิด แล้วไหนล่ะงานศิลปะ ทุกคนสามารถเป็นศิลปินได้ ถ้าเขารักที่จะวาดรูป คนๆนี้คงไม่รักการวาดรูป แล้วทำไมเขาถึงถามผมว่าจะเป็นศิลปินได้ยังไง

เขาบอกว่าเขาเลือกที่จะคิดว่าศิลปินเหล่านั้นที่มาหาเขาเพราะว่าคิดว่าเขามีพรสวรรค์ และพวกเขาก็คิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ บางทีในอดีตอาจจะมีคนบอกพวกเขาว่าเขามีพรสวรรค์ เขาคิดว่าศิลปะง่ายแล้วก็สนุกสำหรับ พวกเราที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ ศิลปินมีชีวิตที่ดี มันเกี่ยวกับว่าคุณรู้จักใคร คุณแค่นั่งแล้วก็หย่อนก้นวาดตรงนู้นทีตรงนี้ที นั่งในร้านกาแฟบ้าง มีชีวิตอิสระ งานมันแค่ไหลออกมาเหมือนกับแม่น้ำแห่งทองคำ งานศิลปะนั้นง่ายจะตาย หลายๆคนคงจะคิดแบบนี้

ตั้งแต่ผมเป็นเด็กขีดเขียนด้วยสีเทียน ผมมีผู้คนดูงานของผมแล้วบอกว่าเธอช่างมีพรสวรรค์จังเลยนะเธอต้องเกิดมาพร้อมกับมันแน่เลย ผมก็เอียงอายแล้วก็ทำงานต่อไป ออกจากช่วงวัยรุ่นแล้วศิลปะเป็นรายได้เพียงทางเดียวของผมผมอายุ 30 กว่าแล้วและ ผมก็มีอนาคตที่ดีในฐานะศิลปิน มันไม่ใช่ในช่วง 2 3 ปีก่อนที่ผมเริ่มคิดเกี่ยวกับว่าพรสวรรค์คืออะไรแตกต่างจากในพจนานุกรม คำว่าพรสวรรค์สำหรับผมคือพรสวรรค์นั้นถูกสร้างขึ้นมาและมันเติบโตเมื่อคุณมีความหลงใหลกับอะไรสักอย่างมากๆ

เจสัน บรูเบเกอร์

เจสันคิดว่าการที่หลงไหลอะไรซักอย่างนั้น เราก็ใช้เวลากับมันมากๆในการศึกษาอะไรบางอย่างที่เหนือไปจากสิ่งที่ทุกคนสามารถทนได้ ศึกษาอย่างมีความหลงใหลจนทำให้เราทำงานแล้วได้ความสมบูรณ์ในรายละเอียดที่เราเท่านั้นที่จะสามารถสังเกตได้ คุณได้รับความรู้ที่คุณเท่านั้นที่ใช้เวลาที่จะเข้าใจมัน

ดังนั้นคุณชอบและหลงใหลในอะไรตรงนั้นแหละคือพรสวรรค์ของคุณ

อย่ามัวแต่อ้างว่าไม่มีพรสวรรค์ก็เลยทำไม่ได้ ทุกคนสามารถทำได้ถ้ามีความพยายามมากพอศึกษาค้นคว้าและลงมือทำจะทำให้คุณก้าวไปสู่จุดหมายในทุกๆวัน สวัสดีค่ะ

 

คำถามต่อไปก็คือ

 

คุณรักที่จะทำอะไร

นี่เป็นคำถามที่ยากสำหรับผู้คนหลายคนที่จะตอบมันไม่ได้ยากขนาดนั้นแต่ทุกคนทำให้มันยากเมื่อเขาแทนที่สิ่งที่เขารักด้วยสิ่งที่เขาคิดว่าเขาควรจะรัก คนมักจะเข้ามาถามว่าใช้โปรแกรมวาดอะไรดี ใช้อุปกรณ์วาดอะไรดี จะตอบว่าเรียนรู้โปรแกรมที่ทำให้คุณนั้นพิชิตเป้าหมายของคุณได้ อย่าเรียนโปรแกรมอะไรมั่วๆที่เราไม่มีความสนใจเพราะว่าเราคิดว่ามันจะช่วยเหลือในอาชีพของเรา แต่ถ้าโปรแกรมมันช่วยให้เราตามหาในสิ่งที่เราหลงใหล นั่นแหละควรจะเรียนรู้มัน ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการทำโปรเจคที่คุณรักอีกแล้ว

ถ้าคุณรักอนิเมชั่นก็เริ่มที่จะอนิเมชั่นเลยสิ  นั่นคือสิ่งที่เราทำและในที่สุดเราก็ได้งานที่เราต้องการและรายได้ที่เราพึงพอใจถ้าคุณรักที่จะวาดคอมมิค คุณก็คุยเรื่องที่จะวาดคอมมิค ถ้าคุณรักที่จะทำตุ๊กตาผ้าก็ทำตุ๊กตาผ้าที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ คุณไม่ต้องขออนุญาตใครๆที่จะเริ่มทำในสิ่งที่คุณรัก

ถ้าคุณรักภาพวาดภาพประกอบ คุณจะศึกษานักวาดที่คุณชอบ แล้วคุณจะมีพรสวรรค์ในการวาดรูปมากกว่าคนส่วนใหญ่ ถ้าคุณรักอนิเมชั่นให้สังเกตอนิเมเตอร์รุ่นพี่ว่าอะไรที่ทำให้เขาทำงานได้ดี แล้วสุดท้ายคุณก็จะเก่งกว่าคนอื่น ถ้าคุณรักจะทำสิ่งไหนคุณก็ทำสิ่งนั้น เห็นภาพไหม

การที่คุณเข้ามาแบบนี้เราจะสรุปว่าคุณรักงานวาดภาพประกอบและมีความสนใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับงานวาดภาพประกอบ ตามนั้นไปคำถามต่อไปเลยแต่ถ้าคุณใช้เวลาตอบมากกว่าเวลา 2 3 นาที เราแนะนำให้คุณถอยและคิดให้ดีกว่าก่อนที่คุณจะเดินต่อไป

คุณรักการวาดไหม

บางสิ่งที่เราไม่เคยเข้าใจเลยก็คือบางคนอยากทำงานวาดภาพประกอบแต่ว่าเขาไม่เคยวาดภาพและไม่ชอบวาดภาพเลย มาสำคัญมากที่คุณจะต้องรักการวาดภาพเพราะว่าเวลาส่วนใหญ่ของคุณในการวาดภาพประกอบก็คือคุณต้องวาด

การวาดภาพเป็นแค่การต่อสู้ส่วนหนึ่งเท่านั้น ในหนังสือของมัลคอล์ม the outliers เราต้องใช้เวลาถึง 10000 ชั่วโมงในการที่จะเก่งอะไรสักอย่างหนึ่งแล้วคุณถึงประสบความสำเร็จในด้านนั้นๆ เพราะการวาดภาพประกอบเป็นเรื่องของทัศนะดังนั้นคุณควรจะฝึกทักษะในการวาดภาพให้บ่อย บ่อยครั้งเรามักจะเห็นนักวาดที่ชอบโพสงานออนไลน์เพื่อที่จะโปรโมทบางอย่างที่ยังไม่พร้อมที่จะโปรโมท ใช้เวลาเหล่านั้นในการที่จะ Master งานวาดของคุณ และงานที่ดีนั้นง่ายกว่าในการที่จะโปรโมท

การทำงานวาดภาพประกอบก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้การปลูกต้นไม้นั้นเป็นกระบวนการที่ยาวนานจำไว้ว่าคุณไม่สามารถสร้างต้นไม้ได้ไม่ว่าจะเป็นวันหนึ่ง สัปดาห์หนึ่ง  หรือ เดือนหนึ่ง คุณต้องปลูกเมล็ดในดินที่เหมาะสม และต้องแน่ใจว่าสภาพแวดล้อมนั้นดีพอ  และให้แสงสว่างที่เหมาะสม เมื่อต้นไม้หยั่งรากคุณสามารถปล่อยมันได้นิดหน่อยและให้กระบวนการมันเป็นไปตามธรรมชาติ คุณอาจจะตัดแต่งกิ่งหรือพรวนดินบ้างเป็นบางครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าต้นไม้แข็งแรงดี เมื่อมันโตมันก็จะให้ร่มเงากับคุณบางครั้งก็ให้ผลกับคุณ ในที่สุดคุณก็จะมีต้นไม้ที่สวยงามสำหรับทุกคน คุณจะมาถามว่าคุณทำไมถึงปลูกต้นไม้ด้วยโตไวจังเพราะเขามัวแต่มองที่ผลลัพธ์ คุณต่างหากที่รู้ว่าคุณผ่านอะไรมาบ้าง ต้นไม้ของคุณโตช้าๆ แต่โตทุกวัน ทุกคนไม่ได้เห็นส่วนนี้ แต่คุณจำได้ว่ามันมาได้อย่างไร เพราะคุณดูแลมันมา

ในการที่ทำให้เก่งทักษะการวาดภาพประกอบ คุณต้องทำอะไรบางอย่างทุกวันเพื่อที่จะทำให้ฝีมือคุณเสถียร เรื่องนี้จริงจังนะ  ทุกๆวันในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องวาดรูปทุกวันแต่หมายถึงสิ่งที่คุณสามารถทำได้ในวันหนึ่ง ๆ คุณอาจจะดูงานวาดของคนอื่น พินงานใน pinterest   เรียนวาดรูป  หรืออื่นๆ

สิ่งที่สำคัญก็คือคุณต้องวาดรูป พกสมุดสเก็ตไว้เลย และเมื่อคิดถึงอะไรก็ตามที่ขึ้นมาในไอเดียก็จดเอาไว้จำไว้ว่าทำแค่อย่างสองอย่างตะวันก็พอ ไม่งั้นคุณจะม่อยกะรอก เหมือนกับคุณให้ปุ๋ยกับต้นไม้มากเกินไปคุณสามารถฆ่ามันได้เลยนะ ถ้าคุณทำอะไรเยอะเกินไป passionคุณจะหายไป

การทำอะไรสองสามอย่างในหนึ่งวันก็พอจะช่วยให้คุณปลูกต้นไม้โดยต้นไม้หยั่งรากและในที่สุดคุณก็จะเห็นความแตกต่าง ปีหนึ่งจากนี้ถ้าคุณดูในสิ่งที่คุณเฝ้าทะนุถนอมมา ในเวลา 2 ปีคุณจะรู้สึกตื่นเต้นและตกใจและคุณจะรู้สึกมหัศจรรย์ ทำอะไรบางอย่างทุกวันอ่านแล้วคุณจะไม่เสียใจเลย

 

The post พรสวรรค์ ไม่ใช่สิ่งที่นักวาดได้มา’โดยธรรมชาติ’ appeared first on ILLUSTCOURSE.



from WordPress http://ift.tt/2p4uz9L
via IFTTT

ศิลปิน ที่ประสบความสำเร็จคิดกันอย่างไรกับความเชื่อผิดๆในงานศิลปะ

ไม่มีความคิดเห็น:

ศิลปิน รุ่นเยาว์ในหลายคนมักจะคิดว่าอย่าขายให้มันเกินงาม พวกเขาทำงานศิลปะเพราะเป็นงานศิลปะ โดยที่ไม่สนใจเชิงพาณิชย์เลย บางทีเขาก็มีไอดอลอย่างโมสาร์ทและ แวนโก๊ะ และเห็นว่า สังคมยกย่องเชิดชูเขาเหล่านั้นอย่างไร พวกเขาต้องการการยอมรับและการระลึกถึงระดับเดียวกัน แต่ลืมไปว่าพวกเขาเหล่านั้นก็ต้องเสียสละมากมายแค่ไหนเขาต้องยอมแรกทั้งชีวิตเพื่อผลิตงาน

ศิลปิน

นักวาดที่คิดว่า ศิลปิน ไส้แห้งแน่นอน หลายชีวิตแบบนี้เป็นชีวิตที่ต้องพบเจอ เขาได้ยินเรื่องอย่าง ศิลปิน ชื่อดังเทคยาและคิดว่านั่นคือแบบอย่างของ ศิลปิน ชึ่งถ้าทำตามจะทำให้ประสบความสำเร็จ เขาไม่เข้าใจว่านี่ไม่เกี่ยวอะไรกับการเป็น ศิลปิน เลย เขามองแต่เปลือกนอก ไม่ได้มองว่าศิลปินที่แท้จริงเป็นอย่างไร

ปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือการที่นักเรียนศิลปะที่จบจากโรงเรียนศิลปะคิดว่าตัวเองมีทักษะศิลปะเหนือกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้เรียนศิลปะ  ขอแชร์คำพูดของ william grant “ คุณนั้นเป็นเอกลักษณ์และต้องแบ่งปันอะไรที่สุดยอด งานของคุณก็คือการตามหาว่ามันคืออะไรและใครต้องการมันไม่เช่นนั้นมันก็เป็นแค่งานอดิเรกที่สวยหรูที่คุณใช้เวลาว่างของตัวเองแล้วแต่งงานกับเงินของคุณซะ”

แนวความคิดของคุณมีผลต่อความสำเร็จของคุณมันมีความสำคัญเท่าๆกับทักษะทางธุรกิจ ในเว็บไซต์ของเรา  ได้ให้ 5 ขั้นตอนสู่การเป็นนักวาดมืออาชีพ  โดยส่วนมากแล้วก็จะเป็นมือสมัครเล่นที่ต้องการจะขยับไปเป็นมืออาชีพ ซึ่งขั้นตอนระหว่างนี้คือความกลัว นักว่าหลายคุณกลัวว่าจะไม่ดีพอที่จะขายได้หรือกลัวว่าจะขายได้ไหมพอที่จะเลี้ยงชีพได้ ความกลัวนี่คือผลของทางแห่งความคิดเกี่ยวกับชีวิตและศิลปะนั้นก็คือแนวความคิดหรือ   mindset

ความกลัวนั้นเป็นที่เข้าใจได้ สิ่งทั่วไปที่รับรู้ได้ก็คือเราไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการเป็นศิลปิน มีคนบางคนเท่านั้นที่พิเศษที่สามารถเข้าไปเป็นอาชีพศิลปินได้ แนวความคิดนี้นำไปสู่ความเครียดของครอบครัว ที่บังคับให้นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษไปสู่อาชีพนี้ และความเครียดของครอบครัวที่บังคับให้นักเรียนที่ไม่มีความสามารถมากพอหรือนักเรียนที่อยู่ในขั้นฝึกหัดไม่เป็นอาชีพที่ตัวเองต้องการหรือไม่ให้เป็นศิลปินซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง

แปลว่าจริงๆแล้วมีบางอย่างบ่งบอกปัจจัยความสำเร็จที่สามารถคาดเดาได้  ปัจจัยหลักที่ทำให้ศิลปินคนหนึ่งประสบความสำเร็จนั้นเหมือนกับนักธุรกิจหลายหลายคนเข้าใจธุรกิจของศิลปะทำให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

ในการที่จะขายงานศิลปะคุณต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้

  • การแลกเปลี่ยนมีความหมายอย่างไรต่อศิลปิน
  • เข้าใจคนที่ต้องการซื้องานศิลปะ
  • หนทางไหนทางที่งานศิลปะจะขาย
  • ตัวคุณจะขายงานศิลปะอย่างไร

การแลกเปลี่ยนมีความหมายอย่างไรต่อศิลปิน

ถึงแม้ว่าธุรกิจจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ศิลปินจะนึกถึง ศิลปินที่จะขายงานควรระลึกไว้ว่า คุณจะมีชีวิตโดยการขายงานศิลปะของคุณและนั่นคือการดำเนินธุรกิจ ถ้าเข้าใจเรื่องนี้ก็เก่งมากค่ะ

และในระดับพื้นฐานธุรกิจก็คือการแลกเปลี่ยนคุณค่า เรามีสิ่งที่คุณอยากได้ คุณมีสิ่งที่เราอยากได้ เราจะมาถกเถียงกันว่าแต่ละคนต้องแลกอะไรให้กันและกัน

ในเขตของเงินสำหรับสินค้าเชิงกายภาพอย่าง apple หรืออุปกรณ์ศิลปะมันง่ายมากคุณรู้ว่าคุณต้องจ่ายเท่าไหร่และคุณต้องการมากเท่าไหร่ ต้องเอาอะไรไปแลก

แต่กับศิลปะการแลกเปลี่ยนนั้นดูเหมือนจะมืดมัวมากกว่า

การเรียนรู้ที่จะแยกการสร้างงานศิลปะของคุณ กับการขายงานศิลปะของคุณสองสิ่งนี้ไม่ได้เชื่อมต่อกัน ไม่ว่าคุณจะใช้ความพยายามแค่ไหนในการสร้างงานมันก็ไม่เกี่ยวกับว่าคุณจะขายงานอย่างไรนอกจากมีเรื่องให้เขียนหรือเล่าเวลาขายงานมากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญก็คือนักสะสมนั้นได้ให้คุณค่ากับงานศิลปะของคุณที่คุณสร้างหรือเปล่า

การให้คุณค่างานศิลปะมีความเกี่ยวข้องกับศิลปะนั้นมีความประทับใจต่อบุคคลบุคคลหนึ่งอย่างไร  การที่คนคนหนึ่งซื้อ doujinshi  ซื้อ art book  ซื้อ งานศิลปะเกี่ยวข้องกับการที่อารมณ์ของคนคนนั้นเป็นอย่างไรเมื่อได้เห็นสิ่งที่เขาซื้อไป เขาต้องการที่จะมีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี ศิลปะบางทีเป็นเครื่องแสดงสถานะของคนแต่ละคน

 

ศิลปิน ต้องเข้าใจคนที่ต้องการซื้องานศิลปะ

 

ที่จริงแล้วคนชอบงานศิลปะ เขาชอบสิ่งสวยงามงาม เขาชอบสิ่งที่ท้าทายเขาแล้วทำให้เขาคิด เขาชอบบทสนทนาและวัตถุที่มีการแลกเปลี่ยนเชิงสังคม คุณแค่ต้องทำยังไงที่จะเข้าไปสู่ความรักของผู้คนได้

ก่อนอื่นเลยคุณต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ เข้าใจว่าอะไรขายได้ การเข้าใจว่าอะไรขายได้โดยพื้นฐานจะทำให้คุณเข้าใจ อะไรเกิดขึ้น เมื่อคุณมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า

การขายนั้นก็คือควรจะซื้อกับคนที่ตัวเองชอบรู้จักและเชื่อใจแต่มันเป็นจริงเสมอแม้แต่สิ่งที่พวกเขาชอบ

ถ้าคุณสามารถทำให้คนรู้จักชอบและเชื่อใจการขายจะเกิดขึ้น โดยอัตโนมัติ เราขอเล่าเรื่องราวของMelissa din widdle ได้ทำให้เราเห็นภาพ โดย melissa ได้ไปเข้าร่วมเวิร์คช็อปสามวันที่งานส่วนตัว คน 140 คนค่ะ มีนักพูดขึ้นไปพูดในหลายๆหัวข้อ เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ธุรกิจและกลอนที่งานนั้นเมลิซ่าได้เลือกโหวตให้ไปพูดถึง 7 นาทีการพูดของเธอได้รับการตอบรับที่ดีเธอพบว่าตัวเธออยู่ท่ามกลางบุคคลที่รักเธอและแม้ยังไม่เห็นงานของเธอเลยค่ะ

ในวันงานวันสุดท้ายผู้ร่วมงานได้เชิญคนไปขายสินค้าของตัวเองบนโต๊ะที่จัดไว้เมลิซ่าได้นำเอางานชิ้นเล็กๆ 100 งานบนกระดาษมันเป็นสื่อประสมกับการคัดลายมือที่เป็นคำพูดที่เธอเรียกว่าอาร์ตสปาร์ค เมลิสซ่าพบว่าตัวเธอล้อมรอบไปด้วยผู้ที่เข้างานจากงานนั้นพวกเขาถามเธอและหยิบงานที่ที่เธอคิดว่าดีที่สุดให้พวกเขาเมลิซ่าจบที่การขายงานได้ถึงสองโหลในงานนั้นโดยเธอแค่คิดว่าจะขายได้เพียงแค่หนึ่งถึงสองงาน การขายงานได้ถึงสองโหลในงานนั้นโดยเธอแค่คิดว่าจะขายได้เพียงแค่หนึ่งถึงสองงานเท่านั้น

 

หมายความว่าอะไร?

ในฐานะที่เราเป็นคนเราอยากจะรู้สึกถึงสิ่งที่เราคุ้นเคยเราเป็นสัตว์ที่มีนิสัย เรากลัวความใหม่และกลัวที่จะดูโง่เราจึงหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและมุ่งไปยังบุคคลที่เราชอบและได้รับการยืนยันแล้ว . ผู้คนในงานคุ้นเคยกับเมลิซ่าและเขามีความสุขเวลาอยู่ร่วมกับเธอใช้เวลากับเธอพวกเขาจึงเชื่อในคำพูดของเธอ เมื่อมีคนแรกให้ เมลิซ่า เลือกผลงานให้ทุกคนรู้ว่าน่าจะเป็นไอเดียที่ดีเช่นกันดังนั้นเค้าก็เลยทำในสิ่งเดียวกัน

ศิลปะเป็นเรื่องที่เสี่ยงใครจะไปรู้ว่าคุณจะยังชอบผลงานที่เคยชอบภายใน 1 เดือนหรือ 1 ปีหรือไม่ถ้าหากคุณต้องการเปลี่ยนสีกำแพงล่ะแล้วงานนั้นไม่ได้เข้ากับกำแพงของคุณเลย ถ้าหากงานมี message ที่คุณไม่เข้าใจอยู่ล่ะ

งานศิลปะนั้นมีความท้าทาย ถึงแม้บางสิ่งอย่างเช่นภาพวาดพาสเทลหรือภาพวาดชายหาดอย่าทำให้นักสะสมลังเลใจเลยว่าตัวเองได้เลือกถูกต้องหรือไม่ถ้าหากเราเรียกศิลปะชิ้นงานที่ผิดล่ะ ถ้าหากงานศิลปะทำไม่ดีและหลุดลอกมาล่ะ ถ้าหากเพื่อนฮิปสเตอร์ของเค้าล้อเลียนเค้าที่ซื้องานศิลปะผิดล่ะ

การซื้องานศิลปะโดยใช้เวลา นักสะสมนั้นต้องดูว่า gallery ท้องถิ่นนั้นอยู่ตรงไหนแล้วก็บึ่งรถไปยัง gallery นะแล้วก็ดูรูปเพนท์แล้วแกล้งทำเป็นรู้ว่าความแตกต่างของภาพเหล่านั้นคืออะไรและหวังว่าจะไม่มีใครถามเขา เมื่อเขาเจอสิ่งที่ตัวเองชอบเขาก็ต้องต่อรองราคากับเจ้าของ gallery และนำมาใส่กรอบขนส่งและแขวนบนกำแพงของเขา ถ้าเขาไม่ได้หายใจเข้าหายใจออกไปศิลปะแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเรื่องปกติและเป็นเรื่องที่เครียด ยังไม่ได้รับเรื่องการประมูลงานศิลปะอีกนะ ที่ต้องนั่งในห้องเป็นชั่วโมงชั่วโมงกับผู้แข่งขันประมูลด้วยกันเพื่อที่หวังว่าจะได้งานที่ตัวเองต้องการ ขนาดคนที่มีเงินยังลังเลที่จะซื้อเพราะว่ามีเวลามากำหนด

เหตุผลเหล่านี้เป็นเหตุผลส่วนใหญ่ที่ทำไม คนดีลงานอาร์ตและเจ้าของ gallery เป็นผู้เฝ้าประตูที่มีประสิทธิภาพมาช้านาน พวกเขารู้ขั้นตอนในการซื้อขายงานศิลปะ พวกเขาเข้าใจว่านักสะสมนั้นเครียด และพวกเขารู้ว่าจะผ่อนคลายหรือแนะนำนักสะสมอย่างไรในขั้นตอนกระบวนการและทำให้มันง่ายขึ้นสำหรับพวกเขา

นักสะสมที่มีประสบการณ์มีความสัมพันธ์กับ gallery ชั้นสูงหรือศิลปินที่เป็นที่รู้จักชอบและเชื่อใจ เขาสามารถตัดขั้นตอนของเวลาและความเครียดในการซื้องานศิลปะไป นักสะสมซื้องานศิลปะเพราะว่าเค้าเชื่อในรสนิยมของแกลอรี่หรือว่าเพราะว่าเขาเชื่อในศิลปินเพียงพอที่จะสนับสนุนงานของพวกเขา

พวกเขารู้ว่า personal brand ของศิลปินนั้นแข็ง และคุณค่าของศิลปะอาจจะราคาขึ้นไปได้ นี่คือเหตุผลที่ Damian Hirst  สามารถขายปลาฉลามสตัฟฟ์  และคุณไม่สามารถขายภาพแมวที่มีการจัดองค์ประกอบที่สวยงามอย่างยอดเยี่ยมของคุณได้ แน่นอนว่าเรารู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่เป็นศิลปินจะได้รับการเสนองานโดย gallery ด้วย connection ที่มีมากมาย และศิลปินทุกคนไม่ได้ต้องการเช่นนั้น การให้ gallery เป็นตัวแทนมีข้อเสียหลายประการคุณจะจบที่ส่งงานศิลปะให้กับ gallery หรือกลุ่มของนักสะสมเมื่อพวกเขาโทรมาหรือคุณสามารถที่จะทำมันได้

การสร้างความสัมพันธ์กับนักสะสมโดยตรงงานให้รางวัลมากกว่า สิ่งที่เยี่ยมยอดก็คือมีโอกาสที่คุณสามารถจะสร้างความสัมพันธ์กับนักสะสมด้วยตัวคุณเองอินเตอร์เน็ตทำให้มันง่ายขึ้นสำหรับคนทั่วโลกที่ชอบในสิ่งที่คุณทำ มีสังคมออนไลน์มากมายที่แชร์ความสนใจร่วมกัน ถึงแม้จะเป็นสังคมเล็กๆก็สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างดี

คุณแค่ต้องทำความเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้คุณมีเอกลักษณ์และหาคนที่ชอบในสิ่งที่คุณทำได้อย่างไร พูดง่ายๆก็คือต้องค้นหาตลอดชีวิต

ช่องทางหลายทางที่จะขายงานศิลปะ

ในการที่จะเป็นนักวาดที่ประสบความสำเร็จทางด้านการเงินหรือศิลปินนั้น เราต้องเข้าใจก่อนว่ามีศิลปินมากมายที่กำลังทำสิ่งนั้นอยู่ และมีหลายหนทางที่มันสามารถทำได้ สิ่งต่อไปนี้ไม่ใช่เป็นการไกด์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นการให้เห็นมุมมองความเป็นไปได้หลายอย่าง

independent  ขายโดยตรงต่อผู้สะสม

ขายภาพ original  โดยตรงต่อผู้ชายสูงด้วยตัวคุณเอง วิธีนี้เป็นวิธีปกติในการขายงานศิลปะ นี่เป็นทางที่ธรรมดาที่สุดที่หายงานศิลปะคุณต้องสร้างฐานลูกค้าของตัวเองหรือ following  สร้างโชว์ของตัวเอง สร้างเว็บไซต์ตัวเอง และจัดการการขายด้วยตัวเอง

 

การขายในแกลอรี่

เจ้าของ gallery หรือตัวแทนในการขายขายงานศิลปะให้กับคุณคุณไม่เกี่ยวข้องนอกจากคุณต้องอยู่ในขณะที่มีโชว์เพื่อตอบคำถามและให้คนเห็น นี่คือสิ่งที่ชาวบ้านคริสตัลว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาในการที่จะขายงานศิลปะแต่ว่าเราได้รับส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ขาย print

การขายปรินท์นั้นเคยเป็นเรื่องที่แพงมากแล้วต้องการการลงทุนไปก่อน และความเสี่ยงว่าจะไม่ได้ทุนคืนถ้าขายภาพปรินท์ไม่ได้เราก็ทุนสต๊อกกันไปแต่ว่าตอนนี้ มีบริการทำตามจำนวนที่ต้องการหรือ print on demand  คุณไม่ต้องลงทุนไปก่อนไม่ว่าจะเป็นค่ากระดาษผ้าหมึกพิมพ์ฯลฯแน่นอนว่าคุณจะต้องเรียนรู้ที่จะนำ traffic มาสู่เว็บไซต์ของคุณและกระตุ้นให้คนซื้อ

 

คอมมิชชั่น

ไม่ว่าจะเป็นภาพ pet portrait. portrait คน.งาน street art หรือว่าจะเป็นอย่างอื่นไปเลยงานคอมมิชชั่นงานสามารถเป็นแหล่งรายได้ที่แน่นอนและมั่นคง คุณอาจจะต้องมีความพยายามมากหน่อยในตอนเริ่มต้น แต่หลายหลายปีถัดมา เมื่อคุณสร้างฐานลูกค้าไว้ได้เยอะแล้วก็จะเป็นการบอกต่อกันไปเรื่อยๆ

 

คุณขายงานของคุณได้อย่างไร

 

ถ้าไม่พูดถึง business model ทั้งหมดในการขายงานศิลปะ  คุณจะให้งานของคุณเป็นอย่างไร อะไรที่ดูเข้าทีมากที่สุด สิ่งที่เราถามก็คือคุณอยากให้ไลฟ์สไตล์ของคุณเป็นอย่างไร อะไรที่เป็นความเหมาะสมในบุคลิกและขั้นตอนในชีวิตของคุณความจริงง่ายๆก็คือมีศิลปินราวๆ สี่หมื่นคนแค่ในเมืองนิวยอร์กอย่างเดียวที่พยายามที่จะเข้าไปยังแกลลอรี่ มันสามารถทำได้  แต่มันต้องใช้การทำงานหนัก และไม่มีโชคลาภเลย

อย่างไรก็ตามถ้าแนวความคิดในการจัดการธุรกิจของตัวคุณเองและดูแลลูกค้าทำให้คุณรู้สึกมึนหัวและคุณต้องการใครสักคนที่จะมาจัดการธุรกิจให้คุณเอาล่ะคุณควรจะหยุดอ่านตรงนี้ซะแล้วไปหาแกลเลอรี่ที่จะช่วยในการขายงานศิลปะให้คุณ

การที่มีผู้สะสมงานที่ชอบคุณมากพอที่จะจ่ายเงินให้คุณเป็นปีๆ แค่ทำให้แน่ใจว่าคุณนั้นทำงานและพวกเขาได้เห็นงานของคุณก่อน ศิลปินแอมเบอร์ จีน จากมอนทาน่าสร้างส่วนลับสำหรับเว็บไซต์ของเธอเพื่อผู้สนับสนุนเหล่านี้ แล้วพวกเขาก็ได้ดูงานชิ้นใหม่ของเธอก่อนใครก่อนที่จะออกไปท้องตลาด

การเชื่อมต่อกับผู้คนทั้งโลกที่รักคุณและเห็นคุณทำในสิ่งต่างๆทำงานศิลปะ มีคนเป็นพันดูวีดีโอของคุณที่คุณสร้างงานศิลปะเพราะว่าเขารักคุณ วาล จากวาล  art dairy  มีผู้สมัครสมาชิกถึง 41000 คนใน youtube  เขาทั้งให้ feedback และการส่งเสริม นอกจากนี้ยังซื้องานศิลปะของเธอด้วย

งานศิลปะของคุณให้แรงบันดาลใจกับผู้คนนับ 10  คุณควรตัดสินใจที่จะทำดีกับคนแปลกหน้าคนเหล่านั้นอาจจะแชร์ประสบการณ์ของพวกเขาลงใน blog ของตัวเอง การสร้างงานโชว์ที่ขายเพียงแค่วันสองวันและมีความต้องการมากพอในงานนั้น คุณอาจจะได้รายได้ถึงครึ่งนึงของปีจากงานโชว์นั้นๆ

มีตัวอย่างเป็นสิบเป็นร้อยที่ไม่อาจจะบอกได้หมดแต่คุณอาจจะเข้าใจไอเดีย ถ้าคุณเป็น creative  ธุรกิจของการเป็นศิลปินจะต้องเติมเต็มเท่าๆกับการสร้างงานศิลปะ

ความเชื่อที่ถูกจำกัด

เมื่อคุณเข้าใจว่าศิลปะสามารถขายได้และศิลปะสามารถขายได้อย่างไรไม่มีอะไรที่จะหยุดคุณอยู่ยกเว้นเสียแต่ความคิดที่จำกัดเราทั้งหมดมีโลกภายในบทสนทนาที่คอยบอกเราว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ทำสิ่งที่ดีหรือไม่ดีบทสนทนาภายในเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อที่ไร้สติเกี่ยวกับโลกรอบรอบตัวเรา เพราะฉะนั้นเราต้องรู้ตัวและระลึกเสมอว่าเราจำกัดทางเลือกของตัวเองเพราะว่าบทสนทนาภายในเหล่านั้น

คำพูดที่ศิลปินมักจะพูดกับตัวเองเสมอไม่ว่าจะเป็นโจ๊กหรือพูดจริงก็ตามได้แก่คำพูดเหล่านี้

ฉันไม่ใช่นักธุรกิจ ฉันไม่เก่งคอมพิวเตอร์

นี่เป็นข้ออ้างที่ขี้เกียจที่การเรียนรู้ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับศิลปะคุณแค่ปัดทิ้งความรับผิดชอบที่คุณควรจะต้องทำมัน

เพราะว่าเศรษฐกิจมันตกต่ำไงล่ะ

ใช่มันตกต่ำกันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณมันเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเลยที่เกี่ยวกับคุณมีศิลปินที่ทำมาหาเลี้ยงชีพได้แม้กระทั่งเศรษฐกิจตกต่ำ เศรษฐกิจนั้นเป็นแนวความคิดของทุกอย่างโดยรวมบางอย่างก็ดีบางอย่างก็ไม่ดี คุณสามารถทำมันได้ คุณก็ต้องหาทางทำมัน

ฉันไม่มีเวลาไม่มีเงินไม่มีทรัพยากรใดใด

ต้องเข้าใจนะเราทุกคนต่างยุ่ง ต่างมีทรัพยากรที่จำกัด แต่ศิลปินที่ประสบความสำเร็จค้นหาหนทางที่สร้างสรรค์ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัดที่จะไปถึงจุดหมายของพวกเขาถ้าคุณสามารถทำงานภายใต้ความเครียดเวลาที่คุณทำงานศิลปะคุณก็สามารถทำได้ในธุรกิจของคุณ

คุณก.คนสำคัญบอกว่าฉันควรทำอย่างนั้นแทน

เราได้ยินสิ่งนี้บ่อยมาก  เช่นแฟนของศิลปินบอกว่าเธอไม่ควรทำสิ่งนี้นะหรือพ่อแม่บอกว่าลูกไม่ควรทำอย่างนี้นะ ลูกเลิกวาดรูปไปซะ  ครูของศิลปินบอกว่าเธอควรทำวิธีอื่นนะเทคนิคนี้ไม่เวิร์คไปหา gallery ซะให้แกลลอรี่ขายงานให้ ของศิลปินบอกว่าเธอควรเพ้นท์เชิงพาณิชย์ให้มากกว่านี้นะ มีคนเดียวที่จะตัดสินใจได้นั่นคือตัวคุณคุณรู้งานของตัวเองคุณรู้ว่าอะไรทำให้คุณสนุก คุณรู้ระดับของเทคนิค ศิลปินที่ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์และเติมเต็มนั้นก็คือศิลปินที่มีวิสัยทัศน์ว่าเขาต้องการให้งานเขาเป็นแบบไหนและก็ยึดกับมัน

gallery หรือตัวแทนของฉันห่วย

เอาล่ะข้อแรกยินดีด้วยที่ได้เข้า gallery  และได้มีตัวแทน หรือ นายหน้า แล้วไงต่อ เขาไม่ได้เป็นหนี้อะไรคุณ จำไว้นะเขาเป็นนักธุรกิจ คุณเคยบอกกับเขาไหมว่าทำไมเขาถึงไม่ขายงานของคุณ ทุกอย่างเราล้วนมองที่ตัวเองก่อน คุณจะทำให้หุ้นส่วนของคุณคนนี้มีความสำคัญมากขึ้นหรือไม่ถ้าคุณไม่สามารถคุณว่าคุณจะหาแกลอรี่อื่นที่จริงจังกับคุณมากกว่านี้ และทำให้คุณเป็นความสำคัญลำดับแรกๆของเขา

บางครั้งตัวแทนหรือแกลลอรี่แค่ไม่เหมาะสมกับบุคลิกภาพของคุณคุณอาจจะเป็นศิลปินที่เจ๋งแต่ถ้านักสะสมของ gallery ไม่รู้สึกอะไรกับงานคุณเลยและเจ้าของ gallery ก็ไม่พยายามที่จะผลักดันงานคุณมากกว่างานที่นักสะสมชอบเลย

ฉันไม่ใช่ศิลปินที่ดีนะ

เนื้องานสำคัญกว่าพรสวรรค์ ครูศิลปะทุกคนจะบอกคุณว่าศิลปินที่สร้างงานที่ดีที่สุดไม่ใช่ศิลปินที่มีพรสวรรค์ที่สุดแต่เป็นศิลปินที่ทำงานหนักที่สุดเขาจะทำงานจนกว่ามันจะถูกต้องเพราะเขารู้ว่างานนั้นไม่ใช่แค่เป็นของเขาคนเดียว และนี่ก็เป็นสิ่งเดียวกับธุรกิจบางทีคุณก็โชคดีแต่ในหลายครั้งคุณก็ต้องสร้างธุรกิจจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนนึง

จะสั่นคลอนความเชื่อผิดๆได้อย่างไร

ก่อนอื่นก็คิดก่อนว่ามันเป็นไปได้และหาข้อดีมาหักล้างความเชื่อที่ผิดๆนั้น

เราไม่ใช้เวลามากในที่นี้ในการที่มีความเชื่อผิดๆ ทั้งอุตสาหกรรมได้สร้างขึ้นมาจากการที่ช่วยเหลือผู้คนหนีจากความเชื่อผิดๆนั้น มีหนังสือและสัมมนาที่เฉพาะทาง ทำตามคำแนะนำที่ช่วยเหลือเรา

สร้างยอดขาย

ไม่มีอะไรที่สั่นคลอนความเชื่อแห่งความจนไปมากกว่าการที่ได้เงินจริงๆ ถึงจะเป็นเงินเล็กน้อยมีหลายทางที่จะได้เงินรวดเร็วสำหรับศิลปินคุณอาจจะตั้งซุ้มเล็กๆบนถนน อาจจะส่งอีเมลไปหา mailing list ของคุณว่าคุณมีสเก็ตซ์ภาพใหม่วางขายแล้ว คุณอาจจะตั้งขาตั้งวาดรูปในบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านและเสนอวาดภาพเล็กๆสำหรับผู้คน  แต่เราเคยเห็นอาร์ติสท์ที่ทำแบบนี้มาแล้วก่อนประสบความสำเร็จแล้วหลังประสบความสำเร็จเพื่อเตือนตัวเองว่าการขายนั้นเป็นอย่างไร

แวดล้อมผู้คนที่มีความคิดบวก

มีจำนวนของผู้คนที่อีเมลมาหาเราเพื่อที่จะบอกว่าบล็อกของเรานั้นทำให้เขาเชื่อเป็นครั้งแรกว่าเขาสามารถเป็นนักวาดได้เขาสามารถได้งานได้เขาไม่เคยถูกบอกเลยในตลอดชีวิตของเขาจากเพื่อนฝูงจากครอบครัวและคนอื่นๆที่มีความหมายต่อชีวิตเขาและเป็นคนที่เขาเชื่อใจ

ศิลปินมีการรวมกลุ่มกันบ้างที่เราก็นั่งล้อมวงกันแล้วก็เล่าเรื่องหลอนเกี่ยวกับความยากลำบากของชีวิตบ้างหรือว่าจะดีแค่ไหนถ้าเลือกชีวิตทางอื่นบ้างเราแชร์เรื่องสยองเกี่ยวกับการขายที่เลวร้ายนักสะสมที่ไม่ดีศิลปะที่ห่วย ร้านขายอุปกรณ์ศิลปะที่แย่แล้วก็อาจารย์ที่แย่

มันจะเป็นเรื่องดีกว่าถ้าคุณล้อมรอบตัวคุณด้วยคนที่สามารถยกคุณขึ้นมาได้ หรือว่ากลุ่มมาสเตอร์มายด์กรุ๊ป

เข้าสังคม

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนสำหรับตัวเราก็คือศิลปินส่วนมากมักจะโดดเดี่ยวและนี่จะค่อนข้างเพิ่มขึ้นๆ เราไม่อยากที่จะเหมารวมแต่ดูเหมือนว่าศิลปินส่วนมากมักจะเก็บตัว  มันง่ายกว่าที่จะอยู่ในสตูดิโอกับศิลปะของคุณแทนที่จะออกไปข้างนอกแล้วพบผู้คนมันไม่ใช่สิ่งเลวร้ายหรอก โลกใบนี้ยังต้องการนักคิดและผู้คนที่มีความอ่อนไหว ถ้าคุณรู้สึกเครียดในการอยู่กับผู้คนคุณอาจจะเป็นอินโทรเวิร์ด หรือผู้ได้รับพลังจากการอยู่กับตัวเองมากกว่า  แต่ว่ามันก็คุ้มค่าที่จะหาทางที่คุณจะอยู่ร่วมกับผู้คนได้อย่างรู้สึกสะดวกสบายในกรณีที่คุณอาจจะเกิดปัญหา

 

ออกกำลังกาย

มันปล่อยเอ็นโดรฟินออกมา ทำให้เรามีความสุข และถ้าเรามีความสุข เราก็จะมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ทำธุรกิจได้ดีขึ้น การออกกำลังกายเป็นประจำ สามารถช่วยลดอาการปวดต่างๆนานาได้

 

แฟ้มคำชื่นชมสรรเสริญ

เมื่อไหร่ที่เราได้อีเมลจากบางคนที่บอกว่าเขานั้นรู้สึกสนุกกับ blog post หรือคลาสเรียนของเรามากขนาดไหนเราจะเก็บไว้ในแฟ้ม ก็รู้ว่ามีหลายคนที่ทำแบบนี้

มันไม่ใช่เป็นวิธีการเดียวที่เก็บรวบรวมคำนิยมให้เป็นที่เป็นทาง มันยังเป็นทางที่ดีที่ทำให้คุณรู้สึกดีเกี่ยวกับตัวคุณเองเมื่อคุณล้มเหลวในอะไรบางอย่างหรือเมื่อบางคนสิคุณบางอย่างได้เกิดขึ้นกับคุณ เพียงหยิบซ้ำสรรเสริญออกมาแล้วก็อ่านสิ่งดีๆที่ผู้คนพูดถึงเกี่ยวกับคุณ  โรงต้องการแถวให้คุณหมอบ คุณต้องหาวิธีสู้กลับ และฉันสรรเสริญนั้นได้ผลดีต่อเรา

 

ยังมีข้อเข้าใจผิดหลายข้อเกี่ยวกับศิลปินไส้แห้งว่ามันเป็นจริงสิ่งเหล่านี้เป็นความคิดเกี่ยวกับอาชีพของคุณและการจำกัดในสิ่งที่คุณสามารถทำได้

 

“การเป็นศิลปินไส้แห้งทำให้ฉันเป็นศิลปินที่ดีขึ้น”

เป็นเรื่องที่เคยได้ยินมาตลอดเวลา เห็นว่าตลอดว่าศิลปินหลีกเลี่ยงที่จะเข้ายุ้งเกี่ยวกับธุรกิจหรือการวางแผนการเงินต่างๆก็คิดว่าเขาเป็นศิลปินที่ดีแล้ว ปิกัสโซ่รวยนะ  norman rockwell ด้วย matisse ด้วย และอีกมากมาย

 

“เงินคือปีศาจ”

เงินคือเครื่องมือเท่านั้น มันไม่ใช่ปีศาจหรือมันไม่ใช่สิ่งที่ดี   มันแค่ทำในสิ่งที่คุณบอกให้ทำมันก็เหมือนกับค้อน(คือเครื่องมือชนิดหนึ่ง) การไล่ตามเงินฉันจำเป็นที่จะมีชีวิตอยู่ในที่อยู่บนโลกนี้โดยส่วนมาก ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะให้คุณค่าทางศิลปะในเชิงเงินหรือพาณิชย์ ทำให้คุณสามารถเลี้ยงตัวเองและหาที่คุ้มหัวให้กับครอบครัวตัวเองได้

 

“ฉันไม่ต้องการการฝึก ฉันเก่งอยู่แล้ว”


แน่นอนคุณอาจจะเจ๋งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทบาทบางอย่าง เพนท์ภาพที่ทำให้เกิดความรู้สึก หรืออาจจะมีงานฮิตซักงานนึง  ศิลปินที่ยอดเยี่ยมฝึกฝนตัวอยู่ตลอดเวลาและอยู่เบื้องหลังงานที่น่าดึงดูด

 

“ครอบครัวและเพื่อนของบอกว่าฉันเก่ง”

แน่นอนว่าเขาต้องทำอย่างนั้นเขารักคุณนี่ คุณเชื่อใจในความคิดเห็นของเขาไหมมันดีที่จะมีผู้จัดสนุนและผู้คนที่รักคุณ แต่การที่จะมีอาชีพที่ยั่งยืนคุณต้องการการยอมรับจากผู้คนที่ไม่รู้จักคุณเลย

 

“ฉันต้องการงานประจำ”

ในขณะที่คุณต้องการเงินคุณยังต้องการเวลาสำหรับศิลปะของคุณด้วยถ้างานประจำของคุณมันฆ่าความคิดสร้างสรรค์ของคุณและทำให้คุณไม่มีเวลาที่จะทำงานศิลปะดังนั้นถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนเราเห็นมันเกิดขึ้นได้บ่อยถ้าความคิดสร้างสรรค์ของคุณหรือลอยไปความสามารถในการทำงานประจำของคุณก็จะหลุดลอยไปด้วย

 

“ฉันไม่ต้องการงานประจำ”

ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณเอาแต่ใช้เวลาศิลปินทั้งวันโดยไม่ข้องเกี่ยวกับโลกแห่งความเป็นจริงๆเลย คุณไม่สามารถที่จะซื้ออุปกรณ์ ไม่สามารถที่จะได้รับการฝึกฝน ในขณะที่ท้องหิวไส้กิ่วได้

 

“มันโอเคที่จะขายวิญญาณ”


แค่การเป็นศิลปินมันยากมันไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทำในสิ่งที่ง่ายเพื่อที่จะได้เงินมา คุณไม่จำเป็นต้องทำศิลปะที่มันปลอดภัยเพราะว่าคุณรู้ว่าคุณจะชอบมัน ศิลปินที่เรารู้จักหลายๆคนประสบความสำเร็จอย่างกว้างเพราะว่าเขาทำในสิ่งที่ตัวเขามีความสุข ขายวิญญาณก็คือคุณรู้ว่าคนอื่นชอบอะไรแล้วคุณก็ทำไปตามนั้นแต่มันไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ

 

“ฉันไม่สามารถปฏิเสธทุกโอกาสที่มาสู่เส้นทางของฉันได้”

คุณอาจจะมีเวลาเยอะในการสร้างงานศิลปะแต่ถ้าคุณนำเวลานั้นไปทำงานที่ได้เงินน้อยหรือไม่ได้เงินเลยคุณก็จะเสียโอกาสในการทำงานที่ได้เงินเยอะกว่าแล้วสามารถเลี้ยงคุณได้ไปดังนั้นอย่ารับอะไรที่ต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเอง

 

“ฉันไม่ต้องการเทคโนโลยี”     

บางคนชื่อว่าการใช้งานของเขาไปสู่อินเตอร์เน็ตนั้นทำให้มันราคาดูถูกลง คุณต้องการที่จะถูกค้นพบในโลกออนไลน์ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ขายงานในโลกออนไลน์ก็ตามเพราะว่าคุณจะค้นคว้าคุณก่อนที่เขาจะทำการซื้องานของคุณ

 

“ ฉันทำทุกอย่างถูกต้องในธุรกิจของฉัน”

ถ้าธุรกิจของคุณดี  คุณทำเงินเพียงพอ และคุณไม่ต้องพูดเกี่ยวกับเรื่องเงิน ก็ดีค่ะ แต่จากที่เรารู้มามีศิลปินหลายคนเอามือเกาหัวแล้วพูดกับตัวเองว่า “ฉันทำทุกอย่างแล้วนะ ฉันทำอะไรผิดไปเนี่ย” ถ้ามันไม่เวิร์ค แปลว่าคุณทำมันผิดค่ะ ให้ขอความช่วยเหลือโดยด่วน

 

อ้างอิง

-หนังสือ How to sell your art online | Cory Huff

The post ศิลปิน ที่ประสบความสำเร็จคิดกันอย่างไรกับความเชื่อผิดๆในงานศิลปะ appeared first on ILLUSTCOURSE.



from WordPress http://ift.tt/2q0w2NU
via IFTTT

นักวาดภาพประกอบ และนักสร้างหัวแปรง photoshop Kyle T.Webster

ไม่มีความคิดเห็น:

เมื่อเราพูดถึงศิลปิน นักวาดภาพประกอบ ที่หาทางที่จะกระโจนเข้าไปสู่โลกแห่งฟรีแลนซ์ไม่มีตัวอย่างไหนที่ดีกว่า Kyle T. Webster ชายผู้มีความสามารถหลายอย่างนี้ได้รับรางวัลในฐานะนักวาด,ครู,และตอนนี้ก็ยังเป็นนักวาดภาพประกอบหนังสือเด็กอีกด้วยโดยที่ลูกค้านั้นรวมทั้งเดอะนิวยอร์กเกอร์, The new york times, wall street journal, business week, และ entertainment weekly  มีแค่พูดไม่กี่ชื่อเท่านั้นนะ ในฐานะที่เป็นนักวาดที่ hot  เขาได้สร้างหัวแปรง photoshop และกลายเป็นที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมใช้โดยศิลปินของ disney และ Pixar เราพูดกับ Kyle T. Webster เกี่ยวกับว่าเขาได้เข้าสู่วงการฟรีแลนซ์ได้ยังไงพร้อมทั้งคำแนะนำที่เขามีต่อศิลปินที่อยากทำอย่างเดียวกัน ในขณะนี้เขาได้ทำให้ความสนุกของศิลปะกับความสนุกของการทำงานนั้นมีความสมดุลกันมากขึ้น ดูสัมภาษณ์ด้านล่างและเช็ค Kyle’s brushes  และ Instagram ของเขาที่ที่คุณจะพบกับหัวแปลงมากมายที่มีราคาถูกและบัตรฟรีที่อยู่ในชุดหัวแปรงที่เขาใช้จริง

สวัสดี Kyle ระหว่างงานวาดภาพประกอบของคุณ การสร้างหัวแปรง และการวาดภาพหนังสือเด็กคุณนั้นมีความสามารถหลายอย่างคุณสามารถจัดการในหลาย project ในเวลาเดียวกันได้อย่างไร

 

การจัดการและหลายโปรเจ็คนั้นไม่ง่ายเลยผมพยายามจะหาทางที่ทำงานเร็วหรือว่าโอนถ่ายงานไปให้คนอื่นทำมีระบบสำหรับการจัดการเรื่องของใบกำกับภาษี บัญชี ฯลฯ มันช่วยได้มากและทำให้ผมมีเวลาที่จะโฟกัสได้มากขึ้นในด้านครีเอทีฟของธุรกิจของผม

คุณสามารถทำให้งานศิลปะเพื่อความสนุกกับศิลปะเพื่องานนั้นมีความสมดุลกันได้อย่างไร

สมการความสำเร็จในด้านนี้ก็คือ 10 ต่อ 1 สำหรับงานจ้างสิบงานที่ผมทำผมมักจะหาเวลาทำอะไรสักอย่างส่วนตัวเพื่อทดลองและเล่นไปในตัว ผมคิดว่าศิลปินทุกๆคนควรหาเวลาที่จะสร้างงานโดยที่ไม่มีลูกค้าในหัวการทำเช่นนั้นนำไปสู่การเข้าถึงสไตล์ ทักษะ ฯลฯ

 

คุณรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นเวลาที่คุณควรจะออกจากงานประจำเพื่อที่จะทำงานภาพประกอบเต็มตัว

 

ผมเป็น freelance เต็มเวลาโดยเมื่อตอนที่ผมเป็นนักออกแบบให้กับบริษัทนั้นผมก็ได้ List ของลูกค้าโดยทำงานเล็กๆในตอนเย็น นี่เป็นเรื่องก่อนที่ผมจะแต่งงานมีลูกฯลฯหลังจาก 4 ปีนั้น เมื่อผมทำเงินได้เยอะพอสำหรับงานฟรีแลนซ์ที่จะเป็นรายได้หลักเพียงอย่างเดียว เพื่อที่จะทำให้ผมมีชีวิตต่อไปในการทำงานโดยไม่มีงานประจำผมก็ออกจากงานประจำเลยและไม่อยากกลับไปอีก

kyle

มีการถกเถียงที่ว่าออกจากงานประจำหรือไม่ออกจากงานประจำ คุณแนะนำศิลปินและครีเอทีฟอยู่ในงานประจำซักพักเพื่อที่จะเอารายได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเปล่า

ผู้จัดประสบการณ์ตรงของผมนะผมแนะนำให้ทำงานประจำไปก่อนเพื่อเก็บเงินในระดับหนึ่งการที่มีเงินในเวลาที่จำเป็นนั้นสำคัญมากแล้วก็สร้างฐานลูกค้าโดยไม่ต้องห่วงเกี่ยวกับการจ่ายค่าใช้จ่ายนั่นนี่ในชีวิตประจำวันจะทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่การทางฟรีร้านนั้นมีความราบรื่นมากขึ้นงานประจำที่คนคนนั้นทำควรจะเกี่ยวกับงาน freelance ที่คนนั้นเลือกทำด้วยเช่นถ้าคุณอยากเป็นนักวาดภาพประกอบคุณควรทำงานให้กับบริษัทออกแบบหรือเอเจนซี่โฆษณา ดังนั้นคุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจในตอนแรกและทำความรู้จักขั้นตอนการทำงานสร้างสรรค์จากบรีฟของลูกค้าตั้งแต่สเกตจนไปถึงงานสำเร็จ

 

บอกหน่อยเกี่ยวกับการที่คุณสร้างหัวแปรงมันเริ่มต้นตรงไหนแล้วคุณรู้ได้ยังไงว่ามันจะออกมาโอเคและรุ่ง

ผมเริ่มที่จะสร้างหัวแปลงสำหรับงานออกแบบและงานวาดภาพประกอบที่หลากหลายตั้งแต่ปี 2003 ถึง 2004  และผมรู้สึกสนุกกับขั้นตอนการทำอย่างมากก็เลยทำไปเรื่อยๆแล้วก็อยากรู้ว่าผมจะสร้างเนี่ยให้ไปได้ไกลแค่ไหนสำหรับ photoshop brush engine   ในปี 2014 ผมก็เริ่มขายปลาบางตัว(โดยคำแนะนำจากเพื่อน)และมันได้การตอบรับจากมืออาชีพที่ผมชื่นชอบหลายคนที่อยู่ในดิสนีย์,Pixar,และอื่นๆ ผมก็เลยทำเป็น project เล็กๆให้กลายเป็นอาณาจักรใหญ่และผมคิดว่าผมประสบความสำเร็จเพราะว่าตอนนี้มันก็กลายเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมสำหรับหัวแปรงที่เหมือนกับอุปกรณ์ภาพภาพจริงๆข้างนอกคอม

kyle

คุณมีหัวแปรงที่ใช้แบบปกติในภาพวาดประกอบของคุณเองหรือไม่

ผมมีเครื่องมือ 900 ชนิด ในทางของผมและผมใช้มันทั้งหมดเลยส่วนใหญ่(มันไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะ)และผมมีความเชื่อว่าผมจะไม่ยึดติดกับสไตล์ในสไตล์หนึ่ง ผมถึงกับเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

คุณทำการตลาดให้หัวแปรง photoshop ของคุณได้อย่างไรในตอนที่คุณเริ่มต้นคุณมีทิปอะไรไหมสำหรับศิลปินและเจ้าของร้านค้าขายของศิลปินที่พยายามจะแพร่กระจายงานของเขาเอง

 

ตอนที่ผมเริ่มต้นผมหยิบ magazine จากร้าน  Barnes and noble และหยิบไปหน้าที่มีรายชื่อผมจดรายชื่อของ creative director และ art director แล้วหลังจากนั้นก็กลับบ้านไปส่งอีเมลหาคนเหล่านี้โดยใช้ email address ที่ผมได้มาเหล่านั้นโดยที่ผมหวังว่ามันจะสำเร็จ(ชื่อจริง,นามสกุล ฯลฯ)มันเหมือนกับการเล่นเกมนักสืบโดยส่วนมากผมจะผ่านไปได้ผมถามว่าผมสามารถจะส่งงานไปได้ไหมและถ้าผมได้รับคำตอบกลับที่เป็นบวกผมก็จะส่งภาพประกอบที่เกี่ยวข้องที่เป็นภาพตัวอย่างไปแล้วก็ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของผม ผมยังโทรศัพท์ไปยังกองบรรณาธิการของหนังสือและพูดกับ art director ของหนังสือนั้นด้วยผมไม่คิดว่าคนสวยมากจะพยายามขนาดนั้นนี่แค่เรื่องธรรมดาและมันได้ผล

kyle

คำแนะนำ:โปรโมทภาพของคุณทุกวันบน online platform หลายๆที่มันใช้เวลาแต่ว่ามันได้ผล ในปัจจุบันคนได้เห็นภาพจำนวนมาก คุณจะต้องเป็นฝ่ายรุกแล้วทำให้ภาพของคุณขึ้นไปอยู่แถวหน้า การจ่ายค่าโฆษณา facebook ก็โอเคเหมือนกันผมทำทุกเดือนและมันก็ให้ผมคืน มากกว่าตัวมันเสียอีก ติดต่ออาร์ตบล็อค(ให้มากที่สุดเท่าที่คุณทำได้)และส่งงานของคุณไปเพื่อที่จะรีวิวและเพื่อเที่ยวดูว่าเขาจะ  feature คุณไหม  ส่งโปสการ์ดไปยังสำนักพิมพ์และ agency  ไปรษณีย์ยังมีประสิทธิภาพอยู่

kyle

อะไรที่คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกของ นักวาดภาพประกอบ ฟรีแลนซ์

ใจดีต่อผู้อื่นและอดทนและประนีประนอมเมื่อถึงเวลาที่จะต้องเริ่มร่วมมือกับคนอื่น ไม่มีใครอยากทำงานกับคนที่จิตใจไม่ดีหรือว่างี่เง่าหรอก ไปงานต่างๆไปอีเว้นท์ศิลปะต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้พบลูกค้าตัวจริงจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าและ connection สังคมออนไลน์นั้นมันสังเคราะห์มาก

 

มีอะไรที่คุณอยากจะแบ่งปันอีกไหม

สำหรับศิลปินวัยเยาว์ที่อยู่ข้างนอกนั่น อย่ามัวแต่เพิกเฉยกับความสำคัญของงานฝีมือและการเรียนรู้เพื่อที่จะสร้างทักษะ การโปรโมทนั้นดี แต่ถ้าตัวงานของคุณยังไม่ดี มันก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าคุณอยากวาดภาพก็เรียนรู้เกี่ยวกับการวาดภาพให้ดีให้แม่นยำ ถ้าคุณอยากเป็นช่างภาพเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดองค์ประกอบและสีและแสง ถ้าคุณอยากเป็นนักออกแบบคุณต้องรู้เกี่ยวกับการใช้ตัวอักษร มีห้องให้ข้อมูลได้หายใจอย่างไรและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและคุณจะทำให้ positive space และ negative space สมดุลได้อย่างไร ทักษะและฝีมือของคุณจะนำคุณไปไกลเมื่อคุณมีทักษะที่เยอะหลังจากนั้นก็ค่อยโปรโมทตัวเองผมคิดว่าคุณจะสำเร็จ
kyle

The post นักวาดภาพประกอบ และนักสร้างหัวแปรง photoshop Kyle T.Webster appeared first on ILLUSTCOURSE.



from WordPress http://ift.tt/2o3uQYp
via IFTTT

รักไร้เสียง shape of voice การ์ตูนอนิเมะดรามาแสดงความขัดแย้งของตัวละคร

ไม่มีความคิดเห็น:

shape-of-voice

รักไร้เสียง เป็นอนิเมะจากญี่ปุ่นหรือชื่อว่าโคเอะโนะคาตาชิ หรือหมายถึงรูปลักษณ์ของเสียงเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่เป็นซีรี่ย์เขียนและวาดโดยโยชิโทกิ โออิมะซีรีส์ทันได้ตีพิมพ์เป็นการ์ตูนช่องเดียว ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2011 หนังสือเบสซัสสุ โชเนน แม็กกาซีน ข้างหลังก็ได้ตีพิมพ์เรื่องยาวที่ weekly shonen magazine ในเดือนสิงหาคมปี 2013 การ์ตูนจบในเดือนพฤศจิกายนที่ 19 ปี 2014 โดยให้ตีพิมพ์ทั้งหมด 7 เล่มกับสำนักพิมพ์โคดันฉะในประเทศญี่ปุ่นการ์ตูนนั้นได้ออกเวอร์ชั่นดิจิตอลโดยครันซ์ชี่โรล และได้รับคุ้มครองลิขสิทธิ์โดยโคดันฉะสหรัฐอเมริกาสำหรับต้นฉบับการพิมพ์  version anime ถูกดัดแปลงโดยเกียวโตอนิเมชั่นออกมาในเดือนกันยายนปี 2016

พลอตเรื่องรักไร้เสียง เวอร์ชั่นการ์ตูน

เนื้อเรื่องคืออิชิตะเด็กเกเรคนหนึ่งที่รังแกโชโกะ นิชิมิยะเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เป็นใบ้ของเขา ร่วมกับเพื่อนของเขาในขณะที่เขายังอยู่ชั้นประถมเมื่อนิชิมิยะมาแลกเปลี่ยนแล้วเขาก็แกล้งหนักไปหน่อยเลยทำให้เพื่อนๆและครูต่างแบนเขาทำให้เขาอยู่โดดเดี่ยวในช่วงชีวิตที่เป็น high school  จนถึงจุดที่ว่าเขาจากสินใจว่าจะไม่ต้องมีเพื่อนก็ได้ ไม่ต้องมีอนาคตต่อไปก็ได้ อิชิดะถึงกลับพยายามฆ่าตัวตายจนถึงวันที่เขาเจอกับนิชิมิยะผู้ซึ่งยังโดดเดี่ยวเนื่องจากความอายของเธอ

ทั้งสองนั้นได้ละอายต่อบาปที่เคยทำไว้นิชิมิยะรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนๆเกลียดขี้หน้าอิชิดะ ส่วนอิชิดะก็รู้สึกผิดที่เคยแกล้งนิชิมิยะ เขาได้เรียนภาษามือ ทำงานพิเศษหาเงินเพื่อชดใช้แทนค่าเครื่องช่วยฟังที่เขาทำเจ๊งไปหลายเครื่อง อิชิดะพยายามลบล้างความผิดที่ตัวเองทำไว้ โดยพยายามทำให้กลุ่มเพื่อนเพื่อนๆกลับมาหาที่ชิมิได้อีกครั้งหนึ่งรวมทั้งอุเอโนะที่เกลียดขี้หน้านิชิมิยะ เพราะว่าเธอแค่ที่ทำให้อิชิดะนั้นต้องกลายเป็นคนโดดเดี่ยว  

มิกิ คาวาอิ ประธานนักเรียนคนก่อนกลับมิโยโกะ ซาฮาร่าเป็นเพียงสองคนที่เป็นเพื่อนกับนิชิมิยะก่อนหน้านี้ เหมือนกับเด็กอ้วนคนหนึ่งที่เป็นหนี้อิชิดะเมื่อจักรยานของเขาถูกขโมยเขาชื่อโทโมฮิโระ นากาสึกะและซาโตชิ มาชิบะแฟนของมิกิ คาวาอิ เป็นกลุ่มที่เป็นเพื่อนกับอิชิดะในเวลาต่อมา

ทั้ง 7 คนพยายามจะทำงานด้วยกันภายใต้แผนของนากาสึกะที่จัดสร้างภาพยนตร์เพื่อไปแข่งขัน  ตอนแรกเขาแค่วางแผนไว้แค่ตัวเขากับอิชิดะเท่านั้น แต่อุเอโนะ,คาวาอิ,มาชิบะสนใจในขณะที่อิชิดะไปชวนนิชิมิยะมาร่วมโปรเจคด้วยกัน ในตลอดการถ่ายทำทุกคนต่างเจออุปสรรคและความขัดแย้งในตัวเองโดยส่วนตัว  ทั้งหมดได้แตกแยกกันอีกโดยที่อิชิตะได้โทษทุกคนนำไปสู่การฆ่าตัวตายของนิชิมิยะเพราะว่าเธอรู้สึกว่าปัญหาทั้งหมดมีสาเหตุมาจากเธอ อิชิดะได้ปกป้องเธอจากการฆ่าตัวตายสำเร็จแต่เขาก็เจ็บหนัก เมื่อเขาฟื้น อิชิดะพื้นขึ้นมากับทีมงานของเขาและในที่สุดก็ถ่ายทำภาพยนต์สำเร็จในขณะที่ความล้มเหลวของภาพยนตร์ได้มีส่วนช่วยเขาและเพื่อนของเขา

ในปีที่พวกเขาต้องจบไฮสคูลและแยกย้ายกันไปทั้งหมดได้มารวมกันในงานรวมรุ่นหลังจากนั้นอิชิดะก็เลิกเพิกเฉยต่อผู้คนรอบรอบตัวเขาและก็มีเพื่อนเยอะแยะมากมายแล้วในตอนจบวันนั้นก็จะเห็นอิชิรากลับนี้ฉันไม่ได้อยู่ด้วยกันในห้องจับมือกัน

เวอร์ชั่นภาพยนตร์จะแตกต่างไปจากนี้คือเรารู้ว่ามีการถ่ายทำภาพยนตร์ตั้งแต่ตอนแรกแต่ในเรื่องไม่ได้เล่าให้ฟังถนัดนักในเรื่องจะมีน้องสาวของนิชิมิยะด้วย ซึ่งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ชายและไปโกหกอิชิดะว่าเป็นแฟนกับนิชิมิยะ ชอบเล่นกล้องและมักชอบถ่ายรูปสัตว์ตายอยู่เสมอ เพื่อเตือนใจไม่ให้พี่สาวของเธอฆ่าตัวตาย จะอยู่กับพี่สาวของเขา

ภาพยนตร์ รักไร้เสียง

บทสุดท้ายของการ์ตูนตีพิมพ์ในฉบับที่ 51 ของ weekly shonen magazine ในปี 2014 ประกาศว่า anime เรื่องนี้จะถูกทำขึ้นมาและอยู่ในระหว่างการวางแผน หนังสือการ์ตูน 7 เล่มได้เปิดเผยว่า project นั้นจะกลายเป็นหนัง ตื่นมาเปิดเผยในเดือนตุลาคมปี 2015 โดยเกียวโตอนิเมชั่นว่าจะผลิตอนิเมะเรื่องนี้จากการ์ตูนซีรี่ส์กำกับโดยนาโอโกะ ยามาดะและจัดจำหน่ายโดยโชจิคุ โดยมีการประกาศในเว็บไซต์ว่าเรโกะ  โยชิดะเป็นผู้เขียนสคริปต์หนังอนิเมะเรื่องนี้ โดยมีฟุโตชิ นิชิยะ  เป็นผู้ออกแบบคาแรคเตอร์

ผลตอบรับ

รักไร้เสียงได้รับรางวัลการ์ตูนหน้าใหม่ยอดเยี่ยมในปี 2008 โดยที่สมาคมคนใบ้ของญี่ปุ่นได้สนับสนุนการ์ตูนเรื่องนี้เริ่มแรกของการ์ตูนขายได้ 31714 เล่มในสัปดาห์แรกที่ออกมาขายเป็นอันดับ 19 ใน oricon chart ของการ์ตูนเล่มที่ 2 เป็นลำดับ 12 ขายได้ 60975  เล่มรายสัปดาห์แรกโดยในเดือนมีนาคมปี 2014 การ์ตูนได้ขายหมุนเวียนไปถึง 700000 เล่นด้วยกัน

ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015 อาซาฮี อาซาฮีพิบูลย์ชิมบุน  อาซาฮีชิมบุนชิมบุนได้ อาซาฮีชิมบุนชิมบุนได้ประกาศว่ารักไร้เสียง  เป็นหนึ่งในการ์ตูน 9 เรื่องที่ติดรางวัล วัฒนธรรมโอซามุ โดยการ์ตูนได้รางวัล creator หน้าใหม่  ใน เดือนเมษายน 2016 รักไร้เสียง ถูกประกาศให้เป็นรางวัลการ์ตูนเอเชียที่แปลงเป็นภาษาอังกฤษ ใน eisner award

โดยส่วนตัวที่ไปดูแล้วรู้สึกว่าการ์ตูนเรื่องนี้ภาพสวยมากทีเดียววาดผมสลวยสวยเก๋มากแล้วก็หน้าตาน่ารักสุดๆตัวละครแต่ละตัวดูมีเอกลักษณ์ เนื้อหาข้อคิดดี จังหวะในการตัดภาพก็ดีโดนอารมณ์โดยเฉพาะฉากดอกไม้ไฟเหมาะสำหรับคนที่อยากไปดูอนิเมะภาพสวยๆแต่บางจังหวะเรื่องกำเนิดโคตรช้ามากเอาเป็นว่าแนวญี่ปุ่นและกันหากที่ชอบก็มีหลายฉากด้วยกันนะชอบฉากจบมากดูแล้วมันคลี่คลายดี เอาเป็นว่าดีละกัน เหมาะจะไปดูในโรงมาก การส่วนตัวรำคาญอุเอโนะมากดูแล้วแบบนางเยอะจัด แต่ก็เข้าใจว่าเป็นนิสัยหละนะ  ถ้าใครไม่ชอบหนังช้า ดรามา ดูแล้วอาจจะหลับได้

Rating: 3.5 out of 5 stars

The post รักไร้เสียง shape of voice การ์ตูนอนิเมะดรามาแสดงความขัดแย้งของตัวละคร appeared first on ILLUSTCOURSE.



from WordPress http://ift.tt/2oqIQ1V
via IFTTT

ออกแบบคาแรคเตอร์ คือ หัวใจสำคัญของ Pixar animation ที่ทำให้โดนใจคน

ไม่มีความคิดเห็น:

ความลับของ Pixar การ “ออกแบบคาแรคเตอร์”

เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นของงานพิกซาร์ คาแรคเตอร์ก็คือสิ่งที่ทำให้เรื่องดำเนินไปและให้ชีวิตกับภาพยนตร์นั้น การ ออกแบบของคาแรคเตอร์ สำหรับภาพยนตร์เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการพัฒนาภาพยนตร์ งานออกแบบ Character design ของพิกซาร์ทำงานร่วมกับผู้กำกับในขณะที่บทภาพยนตร์กำลังเขียน เพื่อจะทำให้คาแรคเตอร์นั้นมีชีวิตขึ้นมา แนวความคิดของภาพยนตร์และบทถูกเปลี่ยนไปหลายอย่าง ก็เหมือนกับการ ออกแบบคาแรคเตอร์ ด้วยเช่นกัน

การออกแบบคาแรคเตอร์ิลปินพิกซาร์กำลังออกแบบเรมี่ หนูในเรื่อง ระทาทูอี้

การออกแบบคาแรคเตอร์ให้มีการเชื่อมต่อระหว่างคนดูกับคาแรคเตอร์

เป็นเป้าหมายแรกเมื่อออกแบบคาแรคเตอร์ของพิกซาร์ โดยฝังเอาบุคลิคภาพของคนจริง และมุ่งไปที่ความเป็นมนุษย์เป็นเรื่องที่จำเป็นในการสร้างการเชื่อมต่อเมื่อออกแบบคาแรคเตอร์ ศิลปินพิกซาร์นั้นต้องการที่จะรู้ว่าอะไรที่ต้องขยายให้เกินจริง และอะไรที่ต้องลดลง อะไรที่จะใส่เข้าไปเพื่อจะเพิ่มคำบอกใบ้ของปูมหลังและความลึกและอะไรที่ต้องทำเพื่อทำให้เกิดบุคลิคภาพ

ออกแบบคาแรคเตอร์

Think about the meaning of the word ‘character’. You’re supposed to breath life into these things, make them appealing and give them the magic that will allow people to imagine what they’re like to meet and how they might move.
-Neil McFarland

คิดเกี่ยวกับคำว่าคาแรคเตอร์ คุณกำลังที่จำให้ชีวิตกับสิ่งเหล่านี้ ทำให้มันดูน่าสนใจ ให้เวทย์มนตร์ที่จะทำให้คนคิดและจินตนาการอะไรที่ทำให้พวกเขาพบกันและพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างไร

-นีล แมคฟาร์แลน

วาดรูปเป็นพันเพื่อให้ได้คาแรคเตอร์ตัวเดียว

ศิลปินพิกซาร์ใช้เครื่องมือวาดมือเพื่อที่จะวาดการออกแบบขั้นต้นของคาแรคเตอร์ของเขา โดยที่ศิลปินมักจะทำภาพเป็นร้อยเป็นพันเสก็ตซ์ ก่อนที่เขาจะพึงพอใจกับการออกแบบคาแรคเตอร์

โดยที่คาแรคเตอร์หลักมักจะใช้เวลายาวนานและรวมไปถึงนักวาดหลายคนและผู้กำกับทำงานเพื่อที่จะสร้างรูปลักษณ์,ความรู้สึกและบุคลิคภาพให้กับคาแรคเตอร์

การออกแบบคาแรคเตอร์ WALL-E นี้ค่อนข้างยาก เพราะว่าในขณะที่ร่างกายเป็นจักรกล แต่ต้องให้มีความเป็นมนุษย์อยู่

กระบวนการออกแบบคาแรคเตอร์เริ่มโดย นักออกแบบคาแรคเตอร์จะได้รับบทจากผู้กำกับ ในบทเหล่านี้จะมีการอธิบายว่าคาแรคเตอร์นั้นเป็นอย่างไร จากนั้นศิลปินจะต้องวาดรูปเป็นร้อยๆเพื่อแสดงว่าเขาเชื่อว่าคาแรคเตอร์นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร และจะต้องส่งไปให้ผู้กำกับตรวจและเลือกว่าแบบไหนถึงจะตรงกับวิสัยทัศน์เมื่อพวกเขาเขียนบทและพัฒนาคาแรคเตอร์สำหรับภาพยนตร์ นักออกแบบคาแรคเตอร์จะใช้ภาพวาดเหล่านั้นและเริ่มต้นที่จะพัฒนามันอีกครั้งที่กระดานวาดรูป กระบวนการนี้จะทำซ้ำๆจนกระทั่งคาแรคเตอร์นั้นสมบูรณ์ที่สุด


ที่พิกซาร์ การออกแบบคาแรคเตอร์เริ่มต้นด้วยการเสก็ตซ์ดินสอ บางครั้งศิลปินเหล่านี้มีแนวความคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับคาแรคเตอร์อยู่แล้ว บางครั้งแค่ลักษณะนิสัยของคาแรคเตอร์กว้างๆ นักออกแบบคาแรคเตอร์วาดภาพดินสอเป็นพันและเสก็ตซ์มาร์คเกอร์เพื่อที่จะทำให้คาแรคเตอร์ดูละเอียดขึ้น พิกซาร์จะต้องทำการตัดสินใจว่าโปรเจคนั้นจะดูการ์ตูนแค่ไหน ดูไอคอนิคแค่ไหนหรือสมจริงแค่ไหนในแต่ละคาแรคเตอร์

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สังเกต แต่ละคาแรคเตอร์มีธีมของตัวเองเมื่อมันปรากฏบนจอ
เราหวังว่าจะให้ผู้ชมได้อ่านแต่ละคาแรคเตอร์ในทันที

หลังจากที่ศิลปินได้วาดและออกแบบรูปลักษณ์ของแต่ละคาแรคเตอร์แล้ว ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของอนิเมเตอร์ที่ต้องทำให้มันออกมามีชีวิตบนจอ ให้ลักษณะนิสัยและการเคลื่อนไหวกับคาแรคเตอร์ อนิเมชันเป็นอะไรที่มีรายละเอียดเยอะที่ได้แรงบันดาลมาจากชีวิตมนุษย์ ดังนั้นการเคลื่อนไหวของคาแรคเตอร์จะต้องแม่นยำ มีรายละเอียดทีสวยงาม อนิเมเตอร์พยายามที่จะสร้างสิ่งประดิษฐ์ของเขาเองและทำให้แน่ใจว่ามันแม่นยำจนถึงระดับรายละเอียด แสดงให้เห็นว่าทำไมคาแรคเตอร์ของพิกซาร์ถึงเป็นที่จดจำและดูจริง

การออกแบบ CARL และ ELLIE

วีดีโอด้านล่างนี้แสดงให้เห็นว่าคาแรคเตอร์คาร์ลกับเอลลี่ถูกออกแบบมาอย่างไร พวกเขาเป็นคาแรคเตอร์ที่มีพลังที่สุดทั้งสองคาแรคเตอร์ และผู้ชมต่างเชื่อในความสัมพันธ์ของตัวละคร ถึงแม้จะเป็นแค่ 8 นาทีที่ภาพยนตร์ในสร้างความเชื่อมต่อนั้นขึ้นมา พิกซาร์ได้ทำสิ่งนี้สำเร็จจากการออกแบบคาแรคเตอร์ที่น่าทึ่ง สังเกตุอิทธิพลของการวาดมือในการออกแบบของคาร์ลและเอลลี่

ทิปของพิกซาร์ในการออกแบบคาแรคเตอร์ที่ประสบความสำเร็จ

เมื่อพิกซาร์อาร์ติสท์ออกแบบคาแรคเตอร์ มีหลายบริเวณเช่นกันที่พวกเขาค้นคว้าเพื่อที่จะทำให้แน่ใจว่าคาแรคเตอร์ประสบความสำเร็จ

ค้นคว้าและประเมิน

มันเป็นเรื่องที่ช่วยได้มากที่จะแกะออกมาว่าทำไมคาแรคเตอร์บางตัวถึงเวิร์คและบางตัวถึงไม่ การศึกษาคาแรคเตอร์ของคนอื่นและคิดว่าทำไมมันถึงประสบความสำเร็จและมีอะไรเป็นพิเศษที่คุณชอบเกี่ยวกับมัน

ใครที่เป็นจุดมุ่งหมาย

คิดถึงผู้ชมของคุณ คาแรคเตอร์นั้นมุ่งไปที่เด็กเล็ก ก็ต้องออกแบบให้ขึ้นอยู่กับรูปร่างรูปทรงง่ายๆและสีสดๆ


ความเตะตา

ไม่ว่าคุณจะสร้างลิง โรบอท หรือมอนสเตอร์ คุณสามารถการันตีได้ว่าจะต้องมีการออกแบบที่คล้ายคลึงกันข้างนอกนั้น คาแรคเตอร์ของคุณจะต้องเด่นพอและน่าสนใจพอในเชิงทัศนะเพื่อที่จะทำให้ผู้คนนั้นสนใจหันมาดู

คาแรคเตอร์ที่ดูเกินจริง

ความเกินจริงนั้นเป็นจุดเด่นที่ทำให้มันดูใหญ่กว่าความเป็นจริง การทำให้องค์ประกอบเกินจริงช่วยให้คนจำคาแรคเตอร์นั้นได้

สี

สีสามารถช่วยให้สื่อสารถึงบุคลิคภาพของคาแรคเตอร์ได้ เช่นสีดำ,ม่วง.เทา หมายถึงตัวร้ายที่มีจุดประสงค์ไม่ดีเท่าไร ในขณะที่สีสว่างอย่างขาว ฟ้า ชมพู แทนถึงความบริสุทธิ์ ความดี และความเดียงสา

ทำให้เห็นบุคลิคภาพ

แค่ลักษณะน่าสนใจไม่ได้หมายความว่าคาแรคเตอร์นั้นน่าสนใจ บุคลิคลักษณะนิสัยก็เป็นกุญแจดอกหนึ่ง บุคลิคของคาแรคเตอร์อาจจะเปิดเผยตลอดทั้งอนิเมชัน ในขฯะที่เราเห็นว่ามันตอบโต้ต่อสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งอย่างไร ลักษณะนิสัยของคาแรคเตอร์ไม่จำเป็นจะต้องเห็นด้วยเสมอไป แต่มันจะต้องน่าสนใจ ไม่งั้นคาแรคเตอร์จะแข็ง

ระบายความเป็นตัวเอง

การแสดงสีหน้านั้นแสดงให้เห็นความหลากหลายของอารมณ์ของคาแรคเตอร์และทำให้มันขึ้นๆลงๆจะทำให้ดูเป็นคนมากขึ้น ขึ้นอยู่กับบุคลิคภาพหรืออารมณ์ของฟิกเกอร์อาจจะเงียบหรือเศร้าหรือโกรธและดูเกินจริง


เป้าหมายและความใฝ่ฝัน

พลังที่ขับเคลื่อนเบื้องหลังคาแรคเตอร์ว่าอยากทำอะไรให้สำเร็จ โดยมากความไม่สมบูรณ์หรือจุดอ่อนของคาแรคเตอร์ทำให้คาแรคเตอร์นั้นสมบูรณ์

สร้างเรื่องราวเบื้องหลัง

ถ้าคุณวางแผนให้กับคาแรคเตอร์ให้มันอยู่ในคอมิคหรืออนิเมชัน การสร้างเรื่องราวเบื้องหลังจะเป็นสิ่งจำเป็น คาแรคเตอร์มาจากไหน มาอย่างไร และมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างไรที่ช่วยให้มันสนับสนุนคาแรคเตอร์ให้แข็งแรงมากขึ้น น่าเชื่อถือมากขึ้น คาแรคเตอร์ของคุณ บางครั้งการบอกถึงปูมหลังของคาแรคเตอร์อาจจะน่าสนใจกว่าการเดินทางของคาแรคเตอร์เสียอีก


เหนือไปกว่าคาแรคเตอร์

ในทางเดียวกันที่คุณสร้างประวัติศาสตร์ของคาแรคเตอร์คุณ คุณต้องสร้างสิ่งแวดล้อมสำหรับมันเพื่อที่จะช่วยให้เกิดตัวเชื่อมที่เป็นไปได้ในการสร้างคาแรคเตอร์ของเรา โลกที่คาแรคเตอร์อาศัยอยู่และมีปฏิสัมพันธ์ด้วยจะต้องมีความเป็นไปได้ว่าคาแรคเตอร์เป็นใครและทำอะไร

ปรับฟิกเกอร์

ตั้งคำถามให้กับทุกๆองค์ประกอบของการสร้างของคุณโดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้า การเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยสามารถสร้างให้เกิดเอฟเฟคอย่างมหาศาลว่าคาแรคเตอร์จะออกมาเป็นอย่างไร

อ้างอิง

http://ift.tt/1JaLw8e

 

The post ออกแบบคาแรคเตอร์ คือ หัวใจสำคัญของ Pixar animation ที่ทำให้โดนใจคน appeared first on ILLUSTCOURSE.



from WordPress http://ift.tt/2nECNUw
via IFTTT

character design course รุ่นที่#2 เรียน 29 เมษายน รับจำนวนจำกัด 4 คนค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

CHARACTER DESIGN รุ่นที่#2 เปิดรับสมัครแล้วจ้า

character design

ภาพคาแรคเตอร์ที่พี่มุ่ยออกแบบ

คอร์ส character design เข้มข้น
ครั้งที่ 1 การออกแบบท่าทางและออกแบบคาแรคเตอร์ด้วย character silhoulette
เป็นการออกแบบโดยใช้เงาของคาแรคเตอร์เพื่อกำหนดท่าทางของคาแรคเตอร์ ถ้าใช้วิธีนี้จะได้คาแรคเตอร์ที่ท่าทางสวยงามมากขึ้น และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ครั้งที่ 2 ทฤษฏีสีของการออกแบบ characterให้สวยงาม
การใช้ทฏษฎีสีของคาแรคเตอร์นั้นต่างจากทฤษฎีสีทั่วๆไปอยู่บ้าง การจะออกแบบคาแรคเตอร์ให้สวยจึงต้องเข้าใจทั้งทฤษฎีสีหลักและการนำไปประยุกต์ใช้กับคาแรคเตอร์

ครั้งที่ 3 ออกแบบ mascot ของตัวเอง ด้วยทฏษฏีเค้ก
ทฤษฏีเค้ก จะทำให้สัดส่วนของตัวการ์ตูนมีความหลากหลายมากขึ้น และทำให้เรามีทางเลือกในการออกแบบมากขึ้นด้วย

ครั้งที่ 4 โปรเจคออกแบบคาแรคเตอร์สำหรับเกมหรือคอมิค 1
ครั้งที่ 5 โปรเจคออกแบบคาแรคเตอร์สำหรับเกมหรือคอมิค 2
เป็นการออกแบบโดยเรียนจากโจทย์ที่นักเรียนคิดขึ้นมาเอง เช่น คอมิค หรือนิยายของตัวเอง ซึ่งตรงนี้จะให้ลงมือทำเยอะ และมีการ critique ผลงานกันเป็นชิ้นๆ

เหมาะสำหรับ

  • นักเรียนที่ต้องการเรียนเพื่อไปออกแบบคาแรคเตอร์สำหรับโปรเจคคอมิคของตัวเอง
  • หรือออกแบบเกม,อนิเมชันในสตูดิโอ
  • คนที่มีผลิตภัณฑ์ตัวเองแล้วอยากออกแบบมาสคอทเอง
  • นักเขียนที่อยากวาดภาพประกอบนิยายเอง และอยากวาดภาพคาแรคเตอร์ของตัวเอง
  • คนที่อยากปรับปรุงทักษะในการออกแบบคาแรคเตอร์

ปัญหาที่เราพบคือ นักเรียนวาดรูปเก่ง แต่ออกแบบคาแรคเตอร์ออกมาได้ไม่ดี หรือว่าไม่รู้จักหยิบจับ element ในการออกแบบ ปัญหานี้จะหมดไป เมื่อมาเรียนกับเราในคอร์สนี้ เพราะคอร์สนี้จะสอน เรื่องทฏษฏีในการออกแบบคาแร็คเตอร์ และหลักการในการออกแบบคาแรคเตอร์อย่างเข้มข้น

เพราะว่าการออกแบบคาแรคเตอร์นั้น สำคัญในทุกๆด้านของการทำงานด้านการ์ตูน,คอมิค,อนิเมชันและเกม พี่มุ่ยผู้สอน มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับสายงานออกแบบคาแรคเตอร์ โดยทำงานออกแบบคาแรคเตอร์เกม มา 2 ปีเต็ม รวมถึงประสบการณ์ทำงานภาพประกอบอีก 10 กว่าปีจนรู้ว่าอะไรคือสวย และไม่สวย

บางคนคิดว่าตัวเองรู้ว่าอะไรคือสวย แต่ไม่รู้ว่าสวยยังไง ทำไมถึงสวย ซึ่งสิ่งนี้สำคัญเพราะการศึกษางานวาดคนอื่นเราจะเอามาเฉพาะจุดดีเท่านั้น จุดเสียเราไม่เอามา แล้วถ้าเราไม่รู้ว่าอะไรคือสวย อะไรคือไม่สวย เราจะวาดออกมาให้ดีได้อย่างไร หรือแม้แต่เราคิดว่าเรารู้แล้ว แต่ทว่าจริงๆเราไม่ได้รู้จักจริงๆ ไม่ได้รู้จักมันดีพอ ว่าความสวยที่เป็นสากล มันเป็นอย่างไร

จากประสบการณ์ของพี่ที่ผ่านมาเรื่องการออกแบบคาแรคเตอร์ น้องต้องรู้ฟังก์ชัน หรือการใช้สอยของการออกแบบคาแรคเตอร์นั้นๆก่อน ไม่ใช่ว่า ไม่รู้อะไรเลย แล้วออกแบบโดยนั่งเทียนเอา เราต้องรู้ก่อนว่า เราจะออกแบบเพื่ออะไร เพื่อใคร ที่ไหน อย่างไร การออกแบบก็จะทำได้ง่ายมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เพราะว่าการวาดรูปมันไม่ได้มีมิติแค่ความสวยงาม บางทีมันเป็นเรื่องของความเหมาะสมในงานนั้นๆ เช่นหน้าปกนิยายจะต้องสีสด หรือไม่ก็มืดไปเลย เพื่อที่มันจะได้เตะตาในตอนวางแผง

ไม่ว่าจะออกแบบคอมิค เราก็ต้องรู้จักในการออกแบบคาแรคเตอร์ในน่าสนใจ สวย และมีมิติ ออกแบบยังไงให้ดูแล้วมีความแตกต่าง มีความหมาย ไม่ใช่ออกแบบโดยไม่คำนึงถึงอะไรเลยนอกจากความสวยงาม มันจะต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่เราอยากจะถ่ายทอด บางสิ่งบางอย่างที่เราอยากจะสื่อ อยากจะพูดออกมา ผ่านทางการออกแบบ แต่ที่สำคัญคือเราทำมันไม่ได้ เราทำไม่เป็น นั่นคือสิ่งที่คอร์สนี้จะเติมเต็ม คอร์สนี้ไม่ได้ทำให้น้องวาดรูปเป็นเพียงอย่างเดียว แต่จะทำให้ออกแบบเป็น ไม่ว่าน้องจะเอาคาแรคเตอร์ไปทำสินค้าอะไร ก็จะออกมาดูดีขึ้น และดูแล้วน่าใช้มากขึ้น อาจจะเป็น sticker line หรือสินค้าอื่นๆ

หรือแม้แต่การที่น้องมีวงดนตรีที่ชอบแล้วต้องการวาดแฟนอาร์ท แต่ไม่สามารถถอดคาแรคเตอร์ของคนๆนั้นออกมาเป็นการ์ตูนได้ เราก็จะสอนให้น้องทำจนเป็น

สิ่งที่สำคัญไม่ใช่การลงสีให้สวยๆอย่างเดียว แต่น้องต้องรู้จักการออกแบบให้เป็น และให้ work
รู้ว่าควรใช้องค์ประกอบอะไรใช้สีอย่างไรให้การออกแบบคาแร็คเตอร์ ออกมาสวย และรู้ว่าอะไรคือสวย อะไรคือไม่สวย สิ่งนี้เรียกว่ารสนิยม เป็นเรื่องสำคัญกว่าการวาดเส้นให้อลังการ เพนท์ซะสวย แต่งานที่อยู่ภายใต้นั้นออกมาไม่ดี ไม่มีการออกแบบที่สวยงาม

การออกแบบคาแรคเตอร์นั้นเป็นเรื่องของการเข้าใจ shape form สี เป็นส่วนใหญ่ น้องๆส่วนมาก ตั้งเป้าไปที่การวาดรูปสวย โดยไม่ได้คำนึงถึงการออกแบบ ว่ามันจะออกมาดูดีหรือไม่ หรือมันจะสวยหรือไม่ และมุ่งเน้นไปที่การวาดแฟนอาร์ท โดยไม่ได้สร้างคาแรคเตอร์ที่เป็นตัวเอง

ซึ่งจริงๆแล้ว การจะทำงานสายนี้ให้ได้ดี เราต้องรู้จักสร้างคาแรคเตอร์ที่เป็นของตัวเอง รู้จักออกแบบคาแรคเตอร์ที่ทำให้คนรู้สึกได้ถึงเรื่องนั้นๆ และมีความอยากอ่าน อยากดู สิ่งที่เราสร้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน นิยาย หรือเกม หรือแม้แต่เรื่องในชีวิตประจำวัน การออกแบบคาแรคเตอร์ล้วนเข้ามามีบทบาทสำคัญโดยสิ่งเหล่านี้

  • การใช้เส้นสาย   การใช้เส้นสายของคาแรคเตอร์ ไม่ใช่การใช้องค์ประกอบให้เยอะๆเข้าไว้เพื่อให้ดูอลังการ แต่คาแรคเตอร์ที่ดี จะต้องมีความสวยงามทั้งความเป็นไปได้ และความน่าเชื่อถือในโลกแห่งความเป็นจริง
  • การออกแบบการใช้สอย  ว่าคาแรคเตอร์นั้นๆจะเอาไปทำอะไรต่อ หลังจากออกแบบแล้ว คาแรคเตอร์นั้นอาจจะอยู่นาน อาจจะไปอยู่บนสินค้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆได้อีกยาวนานเลยเป็นต้น
  • การใช้สี สีเป็นส่วนที่สำคัญในการทำให้คาแรคเตอร์นั้นโดดเด่นขึ้นมา หลายๆคนเข้าใจผิด ว่าใช้สีเก่ง คือใช้สีเยอะ จริงๆไม่ใช่ การใช้สีเก่งคือ จับคู่สีถูกค่ะ และใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช่น ไม่ว่าจะไปร้านขายของ จะเห็นว่าบางร้านก็มีการวาดรูปการ์ตูนเพื่อดึงดูดคนให้เข้ามาซื้อมากยิ่งขึ้น หรือบนขวดน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่างก็ใช้ mascot ด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นการเรียนออกแบบคาแรคเตอร์จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่ออนาคตในสายอาชีพ หรือแม้แต่การวาดเป็นงานอดิเรก ถ้ารู้จักการออกแบบคาแรคเตอร์ ก็จะดีกว่ามากๆในการวาด

สายการออกแบบด้านนี้เป็นสายงานแห่งอนาคต เพราะว่าการออกแบบคาแรคเตอร์นั้นเป็นเรื่องที่ทำให้คนสามารถเข้าใจได้ง่ายว่าเรากำลังต้องการจะสื่ออะไรจากคาแรคเตอร์ที่เราออกแบบ

ดีกว่าตรงที่ในสายอาชีพของเรา บางทีการวาดรูปเป็น ออกแบบเป็น ไม่ว่าเราจะทำสายอาชีพอะไร ก็ย่อมได้เปรียบในทักษะการ presentation หรือเราจะทำเป็นอาชีพเสริม ไม่ว่าจะเป็นทำ facebook page ขายเสื้อยืด หรือวาดภาพประกอบขาย วาดรูปสด พวกนี้หลักการการออกแบบคาแรคเตอร์ล้วนเป็นพื้นฐานในการวาดที่ดี ที่มีความน่าสนใจทั้งสิ้น

โดยทางเราจะสอนหลักการออกแบบ ไม่ใช่หลักการวาดให้สวยๆอย่างเดียว แต่จะสอนว่าทำไมอันนี้ถึง work ทำไมอันนี้ถึงไม่ work ทำไมอันนี้ถึงโดนใจคน เพราะอะไร และทำไมมันถึงดี พร้อมสไลด์บรรยายประกอบ และการเรียนเป็นการลงมือปฏิบัติ โดยกลุ่มจำนวนเล็กมาก ทำให้ครู ดูแลทั่วถึงแน่นอน และไม่ต้องกลัวว่าจะเรียนไม่ทัน เพราะว่าครูสามารถทวนให้ตรงนั้นได้เลย

เราสอนแบบให้ลงมือทำด้วย โดยที่ไม่ใช่เรียนทฤษฏีอย่างเดียวแต่ออกแบบไม่เป็น หรือให้นั่งทำอย่างเดียวแต่ไม่เข้าใจทฏษฏี และสิ่งที่สำคัญเลยคือ การที่น้องสามารถถามครูได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะสงสัยเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเรียน ในตลอดระยะเวลาการเรียนและยังถามนอกรอบได้ด้วยในช่องทางต่างๆ ทางเราให้ความเป็นกันเองกับลูกศิษย์และพร้อมจะเห็นลูกศิษย์เติบโตไปเป็นนักออกแบบที่ดี

นอกจากนี้ทางเรายังมีขนมกับของว่างต่างๆและน้ำให้ดื่มฟรี มีห้องสมุดที่มีหนังสือหลากหลายให้เปิดอ่านหนังสือได้ตามสะดวกอีกด้วย การเรียนเป็นกันเอง รู้จักกันหมด ได้เพื่อน และได้สังคมเพิ่มเติมที่ชอบวาดรูป บางคนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันหลังจากนั้นก็มี

เรียน 5 ครั้ง ครั้งละ 4 ชั่วโมง รวมเป็น 20 ชั่วโมง

เรียนวันที่ 29 เมษายนทุกอาทิตย์ เป็นเวลา 5 อาทิตย์

ราคาคอร์ส:คนละ 5,500 บาท(รวมอุปกรณ์-ของว่างและเครื่องดื่มทุกครั้ง)

พื้นฐานในการวาด:ไม่ต้องมีค่ะ มีมากมีน้อยไม่เป็นไร (สอนตามพื้น)

สถานที่: Solunery art house (สถานที่ของเราค่ะเป็นบ้านพักอยู่แถวๆสนามบิน)
การเดินทาง นั่งมาลงแอร์พอร์ทลิงค์ แล้วเดี๋ยวพี่จะออกไปรับน้องที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ทลิงค์ค่ะ

เวลาเรียน ครั้งแรก นัดบ่ายโมงครึ่งค่ะ กันเลท กันหลง ครั้งต่อๆไปเรียน บ่ายสอง ถึง หกโมงค่ะ

สมัครเรียนหรือสอบถามข้อมูล:ทาง line: @illustcourse(มี @ ข้างหน้าค่ะ)
เพิ่มเพื่อน

หรือ 0860857889 ค่ะ

The post character design course รุ่นที่#2 เรียน 29 เมษายน รับจำนวนจำกัด 4 คนค่ะ appeared first on ILLUSTCOURSE.



from WordPress http://ift.tt/2n6gvPv
via IFTTT

Character designer ตัวพ่อจากดิสนีย์ Aaron Blaise แชร์เทคนิค 7 ขั้นตอนการออกแบบคาแร็คเตอร์ที่ปัง!

ไม่มีความคิดเห็น:

“7 ขั้นตอนสู่การเป็น character designer ที่ดี” by Aaron Blaise

1. ค้นคว้า

มันเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องรู้เกี่ยวกับสิ่งที่มีอยู่จริงให้มากที่สุดก่อนที่เราจะเริ่มออกแบบ มีหลายวิธีด้วยกันที่จะทำเช่นนั้นได้ เช่น ดูสารดคี ในเรื่อง Snow bear Aaron ต้องดูสารคตีเกี่ยวกับสัตว์และอัดวีดีโอไว้เยอะมาก นอกจากนี้ยังใช้ google ช่วยในการหาข้อมูลและรูป เกี่ยวกับหมีขั่วโลก 

และไม่ว่าเมื่อไรก็ตามที่เขามีเวลาเขามักจะไปป่าเพื่อศึกษาสัตว์ต่างๆ หรือหัวข้ออื่นๆ กับของจริง ในตอนที่เขาทำ Brother bear ให้ Disney ทีมนักแต่งเรื่องและเขาได้ออกไปทริปอลาสกาด้วยกันเพื่อที่จะศึกษาสัตว์ป่าและพืชป่า และวัฒนธรรมอธาบาสกัน

ภาพค้นตว้าของ project brother bears และโปรเจคอื่นๆ

ประสบการณ์จริงนั้นประเมินค่าไม่ได้ ในทริปเหล่านี้ พวกเขาจะต้องเขียนภาพนับร้อยชิ้นและถ่ายภาพเป็นพันภาพ ทั้งหมดเพื่อให้ช่วยเข้าใจโลกของภาพยนตร์และเพิ่มคลังสมองให้มากขึ้น เมื่อ Aaron กลับมาที่โต๊ะทำงาน เขาได้พิมพ์ภาพที่ค้นคว้ามาทั้งหมดแล้วก็เสก็ตซ์ และปักหมุดลงบนบอร์ดรอบๆสตูดิโอ vision board เหล่านี้ช่วยให้เขาได้เข้าไปสู่หัวข้อการทำงาน ไม่ว่าที่ไหนเขามองเห็นภาพ ก็จะบอกเขาเกี่ยวกับโลกแห่งความจริงและทำให้เขากลับไปสู่ขั้นตอนการออกแบบคาแรคเตอร์อีกครั้ง และเขาจะเพิ่มลงในบอร์ดเหล่านี้เรื่อยๆในฐานะแฟ้มลับของฝ่าย vis-dev(visual development design)

2. รู้ Anatomy (ของจริง)

 

มันจำเป็นที่คุณต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาคดังนั้นคุณจะสามารถเข้าใจฟอร์มหรือรูปทรงที่อยู่ภายใต้นั้น คุณถึงจะสามารถทำให้มันเป็นนามธรรม หรือรูปทรงนามธรรมได้ง่ายขึ้นเวลาออกแบบ “ที่ดิสนีย์เรามักจะไปยังคลาสวาดภาพคนจริงๆและไปสวนสัตว์เเพื่อที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับโลกแห่งความเป็นจริงของคนและสัตว์นั้นคมขึ้น” Aaron กล่าว

Aaron ศึกษาเสือของจริงระหว่างถ่ายทำ production เรื่อง Aladdin.

ในเคสของ Snow bear อีกครั้งหนึ่ง Aaron ได้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถรู้ได้เกี่ยวกับกาายวิภาคหมีขั้วโลก เขาได้สั่งกระดูกหล่อจากหมีขั้วโลกจริงเพื่อที่จะให้เข้าใจโครงสร้างที่อยู่ภายใต้นั้น อีกครั้ง คุณต้องมีความเข้าใจของจริงในการทำ character design และคุณสามารถวาดมันจากมุมไหนก็ได้ในท่าไหนก็ได้ หลังจากนั้นคุณถึงทำให้มันมีสไตล์หรือ การ stylize character ขึ้นมาและหาลายเส้นและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวคุณเอง

กายวิภาคของหมีขั้วโลก วาดโดย Aaron Blaise

3.รู้จักจักรวาล

การออกแบบคาแร็คเตอร์หรือ character design นั้นอยู่ตลอดทั้งภาพยนตร์  รูปลักษณ์ของภาพยนตร์นั้นเป็นอะไรที่ถูกพัฒนาในช่วงก่อนโปรดักชันหรือก่อนถ่ายทำ ถ่าหากการออกแบบของคุณ และภาพนั้นดูเหมือนมันไม่ได้อยู่ในโลกของภาพยนตร์เลย ก็จะการันตีได้เลยว่างานคุณจะต้องถูกตีกลับโดยอาร์ทไดเรคเตอร์ทุกครั้งแน่นอน

อย่างที่ Aaron กล่าวไว้ในวีดีโอ สำหรับเรื่อง Aladdin นั้น รูปลักษณ์ของหนังนั้นได้รับแรงบันดาลใจคร่าวๆมาจากนักเขียนการ์ตูนผู้ยิ่งใหญ่ Al Hirschfeld ดังนั้นผู้กำกับจึงต้องการอะไรที่เรียบและไหลสำหรับลายเส้นในคาแร็คเตอร์ทั้งหมด

ในจณะที่ออกแบบคาแรคเตอร์ Rajah  Aaron กล่าวว่าเขาได้พบกับอุปสรรคในการ Stylize เสือให้ดูเป็นเสือจริงที่มันจำเป็นสำหรับหนัง ดังนั้นวันหนึ่งเขาจึงเดือนลงถนนในออร์แลนโด(เขาทำงานในสตูดิโอที่ฟลอริดาในขณะนั้น) และเขาเห็น เครื่องประดับตกแต่งรถจากัวร์ การไกลของรูปร่างของประติมากรรมนั้นดึงดูดสายตาเขา หลังจากนั้นหลอดไฟก็เด้งขึ้นมาบนหัว เขาเร่งรีบไปที่โต๊ะและในขณะที่มีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม เขาวาดคาแรคเตอร์เสืออีกครั้งอย่าวเร็วๆ มันเป็นการออกแบบที่ได้ใช้จริงในภาพยนตร์

Rajah และแรงบันดาลใจในช่วงเริ่มต้น

4. มีความเข้าใจเนื้อเรื่อง (และคาแรคเตอร์จะอยู่ในเรื่องได้อย่างไร)

ไม่ว่าบทบาทคาแร็คเตอร์จะมากหรือน้อย คุณจะต้องทำความเข้าใจพื้นที่ของเขาในเนื้อเรื่องและแรงบันดาลใจของเขา มันไม่เกี่ยวกับการรู้พล็อตเรื่อง แต่คุณต้องรู้ว่าแรงกระตุ้นที่อยู่เบื้องหลังคาแรคเตอร์คืออะไร คาแรคเตอร์ของคุณคิดอย่างไร อะไรคือความต้องการของเขา เขามีความสุขดีไหม เขาเศร้าไหม ทำไม

ข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้เริ่มที่จะให้ข้อมูลว่าคาแร็คเตอร์ของคุณจะมีหน้าตาเป็นยังไงและจะทำให้การออกแบบคาแร็คเตอร์ของคุณมีความเข้าใจในทัศนคติและมุมมองต่อชีวิต ซึ่งนี่จะทำให้ผู้ชมของคุณเชื่อมต่อกับคาแรคเตอร์และที่สุดคือมันจะทำให้การออกแบบคาแรคเตอร์ดีขึ้น และหวังไว้ว่าจะเป็นหนังที่ดีขึ้นด้วย

5. เริ่มที่จะวาด ทดลอง และเสก็ตซ์(แต่อย่าตกหลุมรัก)

นี่เป็นเวลาแห่งความสนุกและเริ่มที่จะวาดแล้ว วาดท่าทางต่างๆและสีหน้า และเหนือไปกว่านั้นคือมีความสุข อย่างไรก็ตาม อย่ายึดติดกับการออกแบบใดๆเร็วไป และอย่าตกหลุมรักงานวาดของคุณ นี่เป็นข้อผิดพลาดทั่วๆไปที่นักวาดรุ่นเยาว์หรือนักวาดที่มีประสบการณ์แล้วนั้นยังติดอยู่

คุณต้องมีความสามารถในการปารูปที่คุณชอบทิ้ง ถ้ามันไม่ได้เหมาะกับบทบาทของคาแร็คเตอร์ในเนื้อเรื่อง มันก็ต้องไป แม้จะเป็นนักวาดหรือนักออกแบบที่มีประสบการณ์มากก็ขยำกระดาษทิ้งไปนับร้อยกว่าจะได้การออกแบบหนึ่ง “ผมรู้ด้วยตัวเองเลยประสบการณ์นี้ว่าผมมีภาพที่แย่ๆเป็นร้อยมาก่อนจะวาดได้ดีสักภาพ นี่เป็นสิ่งที่รับได้และเป็ยขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการ ดังนั้นอย่าตื่นตระหนก

ในช่วงการเสก็จซ์คุณพยายามที่จะหาทัศนคติและสีหน้าของคาแร็คเตอร์ที่จะต้องแสดงในภาพยนตร์ ใช้การออกแบบที่มีในหัวคุณเพื่อให้การออกแบบของคุณ “มีอารมณ์”

จำไว้ว่า ที่เราคุยกันทุกอย่างด้านบนเกี่ยวกับคาแร็คเตอร์ก็คือมันต้องส่งถึงเนื้อเรื่อง ทำให้อะไรง่ายเข้าไว้ อย่าใส่เครื่องประดับอะไรเยอะแยะเพราะคุณคิดว่ามันดูเท่ดี

รวมงานออกแบบคาแร็คเตอร์ส่วนหนึ่งของ Aaron Blaise

6. วาดสีหน้า วาดโมเดลชีทและคีย์โพส

หวังว่าคุณจะมาถึงจุดที่การออกแบบที่น่าพึงพอใจที่ส่งถึงเนื้อเรื่อง และเข้ากับรูปลักษณ์ของภาพยนตร์ และแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ มันเป็นเวลาที่จะเริ่มที่จะใส่คาแร็คเตอร์ของคุณในโลกของเนื้อเรื่อง Aaron มักจะวาดภาพที่ดูแล้วเรียบร้อยของการออกแบบฉากนั้นๆและห้วงเวลานั้นๆจากเนื้อเรื่องและดูว่าการออกแบบยังคงใช้ได้อยู่ไหม

ภาพเหล่านี้ เมื่อมันทำงานได้ดี มันก็จะเป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์นั้นมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ มันก็จะอยู่ใน vision board เหมือนอย่างที่อธิบายไปในตอนแรก Aaron ได้สร้าง model sheet เพื่อที่จะทำให้แน่ใจว่าตัวเขาและอนิเมเตอร์คนอื่นๆสามารถเข้าใจและรักษาความคงที่เอาไว้ได้

การพัฒนาของโปรเจคส่วนตัว Aaron snwbear

7. ทำให้คาแร็คเตอร์ขยับ!

ถ้าคุณเป็นอนิเมเตอร์หรือทำงานร่วมกับอนิเมเตอร์ ส่วนที่จะทำต่อไปก็คือการทดสอบการเคลื่อนไหวของการออกแบบของคุณ การทำให้คาแรคเตอร์เคลื่อนไหวในฉากก่อนที่จะกลายเป็นการถ่ายทำจริงๆนั้นทำให้เราแน่ใจว่าการออกแบบนั้นมันเวิร์คจริงๆ

คุณจะตกใจกับการเรียนรู้ของคุณเมื่อคุณเห็นคาแร็คเตอร์คุณขยันได้ ถ้ามันเป็นการออกแบบและมันดูเชื่อได้ดังนั้นคุณก็พร้อมแล้ว แต่ว่าถ้ามันยังมีเรื่องและสิ่งต่างๆที่ไม่ถูกต้องนัก ขั้นตอนนี้เป็นโอกาสที่คุณจะแก้ไขงานก่อนจะสายเกินไป  Aaron แนะนำจั้นตอนนี้เพราะมันสามารถสอนเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่คุณกำลังทำได้

“แม้ว่าผมจะทำงานในภาพยนตร์ที่อนิเมทด้วยคอมพิวเตอร์ ผมก็ต้องสามารถที่จะทำการเคลื่อนไหวแบบสองมิติเพื่อทดสอบคาแรคเตอร์ของเราที่ทำให้ cgi animator ได้เห็นว่าคาแรคเตอร์นั้นเคลื่อนไหวและแสดงอารมณ์อย่างไร นี่คือสิ่งที่ช่วยผมในฐานะผู้กำกับและดิสนีย์ยังคงทำสิ่งนั้นกับภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน” Aaron Blaise กล่าว

เยี่ยมเยียนและซื้อคอร์สของ Aaron ได้ที่

Home – The Art & Animation Lessons of Aaron Blaise

ที่มา:http://ift.tt/2mXAITk

 

The post Character designer ตัวพ่อจากดิสนีย์ Aaron Blaise แชร์เทคนิค 7 ขั้นตอนการออกแบบคาแร็คเตอร์ที่ปัง! appeared first on ILLUSTCOURSE.



from WordPress http://ift.tt/2o1nusd
via IFTTT